article1
บทความ
บทความ > ThaiLeague

NewGen ยุคใหม่ของวงการฟุตบอลเมืองน่าน
Update : 23/05/2017 14:56:30 น.
By : ตู่จันท์
หนึ่งเดียวไร้พ่ายในโซนเหนือ ไม่ได้ทำทีมเพื่อหวังแชมป์ พูดคุยกับ "เสี่ยดิ้ก"ชัยนันท์ หาญยุทธ ผู้ริเริ่มแนวคิดยุคใหม่น่าน เอฟซี

 

หากพูดถึงรูปแบบการบริหารฟุตบอลในปัจจุบัน เรียกได้ว่าหลายทีมในประเทศไทย เริ่มที่จะบริหารรูปแบบ "สปอร์ต เมเนจเม้นท์" กันแล้ว ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นหลายทีมบนลีกสูงสุดอย่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ทว่ายังมีอีกหนึ่งทีมในลีกรากหญ้า ที่คิดริเริ่มแนวคิดนี้ขึ้นมา ทีมหนึ่งเดียวที่ไร้พ่ายในโซนภาคเหนือในขณะนี้ “งาช้างดำมหากาฬ” น่าน เอฟซี ทีมในไทยลีก 4 โซนภาคเหนือ

 

ช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2017 แฟนบอลเมืองน่านแทบหัวใจฝ่อ เมื่อ “เฮียกู้”สาธิต บุญทอง ประธานคนเก่าผู้ก่อตั้งสโมสรนั้น ได้ประกาศเตรียมพักทีม เนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงิน  ซึ่งถ้าหากไม่มีใครสนใจทีมแห่งเมืองน่านในตอนนั้น ก็จะไม่ได้โลดแล่นบนเวทีลีกรากหญ้าในซีซันนี้

 

แต่ทว่าการเข้ามาอุ้มทีมของกลุ่มทุนใหม่ นำโดย “เสี่ยดิ้ก” ชัยนันท์ หาญยุทธ ผู้บริหารบริษัทส่งออกสินค้าเกษตรชื่อดังในจังหวัดน่าน ได้เป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของวงการฟุตบอลเมืองน่านในขณะนี้ และซีซั่นนี้คือการถือสิทธิ์บริหารทีมแบบเต็มตัวของคนลูกหนังไฟแรง ที่ชิมลางมาก่อนแล้วกับหน้าที่ฝ่ายสิทธิประโยชน์ ของน่าน เอฟซี เมื่อฤดูกาล 2016

 

 

ทีมงาน Supersub Thailand พาท่านผู้อ่านไปพูดคุยกับ “เสี่ยดิ้ก” ชัยนันท์ หาญยุทธ กับแนวคิดการบริหารทีมฟุตบอลยุคใหม่ของชาวจังหวัดน่าน ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรถึงเข้ามาอยู่ ณ จุดนี้ได้

 

คิดอย่างไรถึงเข้ามาบริหารน่าน เอฟซี

“ช่วงแรกที่มารับงานผมพยายามหาโซลูชั่นและจุดบอดของการทำทีมฟุตบอล ระหว่างนั้นก็พูดคุยกับบอร์ดแต่ละท่าน ว่าสนใจทำงานร่วมกันไหม ตามแคนดิเดตที่ผมวางไว้ อธิบายการทำงานที่ต้องการคร่าวๆ และวางแผนการทำงานรูปแบบใหม่ในการนำเอาการบริหารทีมฟุตบอล ด้วยการใช้หลักคิดในการทำธุรกิจกีฬาเต็มรูปแบบมาใช้”

"นั่นคือแนวทางการทำสโมสรฟุตบอล หรือการทำธุรกิจด้านกีฬาที่ถูกต้อง บอร์ดและหุ้นส่วนทุกคนเป็นนักธุรกิจหมดเลยครับไม่มีสายการเมืองเลยแม้แต่คนเดียว"

 

“ผมเรียนรู้การทำทีมบางส่วนที่ดีจากบอร์ดบริหารชุดเดิม ที่ทำงานด้านฟุตบอลกันมาค่อนข้างนาน เรียกได้ว่านำจุดดีในอดีต มาผสมผสานการทำงานรูปแบบใหม่ ของทีมบอร์ดรุ่นใหม่ และเดินทางไปศึกษาดูงาน กับสโมสรฟุตบอลที่เราคิดไว้แล้วว่าจะเอามาเป็นแม่แบบในการพัฒนาทีมสโมสร นั่นคือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ของประเทศเยอรมนี”

 

“พอเราเริ่มสรุปการทำงานและแนวทางได้ บอร์ดทุกคนก็เลยมาลงขันกัน 5 คน แล้ววางตำแหน่งการทำงานของแต่ละคนในการดูแล เป็นทีมงาน 3 ด้านหลัก ๆ คือ 1.ด้านบริหารนโยบาย (บอร์ด 5 คน) 2.ด้านบริหารทีม (ผู้ดูแลคือ ผจก.ทีม มีสิทธิ์เด็ดขาดในการทำทีม) 3.ด้านการตลาดและสิทธิประโยชน์ พ่วงงานภาพลักษณ์สโมสรและนักเตะเข้าไปด้วย ทั้ง 3 ด้านผนวกรวมกันแล้ว มีการแยกกันทำงานชัดเจน ตามแนวนโยบายที่วางไว้ การทำงานจะราบรื่น และงานจะไม่มาดองที่ ประธานสโมสรเพียงคนเดียว”

บอร์ดบริหารชุดใหม่ 5 ท่าน ที่ได้เข้ามาร่วมบริหารทีมในซีซันนี้

 

สิ่งที่เริ่มทำ ได้แสดงให้เห็นหรือยัง ?

“เริ่มแสดงให้เห็นแล้วครับ ทั้งเรื่องของผลงาน ยอดผู้เข้าชมในสนาม และการติดตาม การพูดถึงทีมน่าน เอฟซี เอง รวมถึงการตอบรับ โดยรวมดีมากๆ ครับ เกินที่คาดหมายไว้ค่อนข้างมาก”

 

“แผนงานที่วางไว้คร่าวๆในปีนี้ คือการปรับฐานอยู่อย่างเกือบทั้งหมด และอยากให้ผลออกมาชัดเจนเป็นรูปธรรมในปีที่ 2 ในการบริหาร แต่เมื่อเราทำงานกันมาหนัก ผลที่ได้รับมามันดีขึ้นทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์เราพอสมควรครับ”

 

ไม่ได้หวังแชมป์ แต่ต้องการความแตกต่าง

“สิ่งที่เรามองคือความแตกต่าง ซึ่งเราต้องทำให้เห็นว่าเราแตกต่างในเมืองไทย มีทีมในลีคทั้งประเทศ 126 ทีม ถ้านับเป็นเปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ยังหาจุดแข็งในการบริหารทีมของตัวเองไม่เจอ ยังวนอยู่กับการสร้างทีมเพื่อเอาแชมป์ ตั้งแต่เรามาทำทีม เราไม่เคยคิดว่าเราจะสร้างทีมมาเอาแชมป์ เราสร้างทีมมาเพื่อพัฒนาศักยภาพของทีมเราเอง และสร้างแบรนด์ให้กับสโมสร”

 

“สิ่งพวกนี้จะเป็นตัวดึงดูดนักเตะที่มีฝีมือ และการพัฒนาเยาวชนที่ถูกต้องตามรูปแบบ และสร้างมูลค่าให้กับทีมในระยะยาวให้มีรายได้ ที่มอบสิทธิ์ประโยชน์ให้กับผู้ร่วมลงทุน และสปอนเซอร์อย่างชัดเจน การได้แชมป์นั้นจะเป็นโบนัส”

"สิ่งสำคัญต้องมีสนามเป็นของตัวเอง ซึ่งน่าน เอฟซี วางแผนไว้ ภายใน 2-3 ปี เราจะสร้างสนามใหม่ของพวกเราเอง"

 

“หลังจากที่เราพัฒนาสิ่งพวกนี้ให้แข็งแรง นั่นแหละคือการสร้างตึกเราต้องสร้างที่ฐานก่อน แต่ส่วนใหญ่คิดแค่จ้างนักเตะดีๆ เพื่อจะเอาแชมป์แล้วขึ้นชั้น มันเป็นการทำทีมที่เปล่าประโยชน์และมันจะเหนื่อยเรื่อยๆ แต่ถ้าเราวางแผนที่ดี ในรูปแบบที่เราวางไว้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ระบบจะเป็นตัวขับเคลื่อนการทำทีมของมันไปเอง และจะสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับสโมสรได้อย่างแท้จริง”

 

ประธานสโมสรไม่ใช่ผู้ออกเงินคนเดียว

“หลายๆคนกำลังคิดว่า การพัฒนาวงการกีฬาหรือฟุตบอล คือเรื่องของเจ้าของทีมฟุตบอล ซึ่งมันผิดจริงๆแล้ว ฟุตบอลที่ช่วยพัฒนาจังหวัดนั้นมันคือเรื่องของทุกคน ทุกภาคส่วนที่ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน”

 

ฟุตบอลไม่ได้จบแค่การสร้างสนาม

“จริงๆฟุตบอลมันไม่ได้จบแค่มีสนามนะครับ ถ้าในต่างประเทศ เขาวางการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้เป็นการตลาดของเมือง เมื่อทำได้จะเกิดการท่องเที่ยวแบบไร้ซีซั่นทันที และจะมีอะไรใหม่ๆให้ทำอีกเยอะมาก”

 

หนึ่งเดียวที่ไร้พ่ายในโซนภาคเหนือ 

“ถือว่าแฮปปี้มากๆครับ แต่มันไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่นอน  ผลงานที่ออกมาต้องขอบคุณทีมงานและนักเตะทุกคนที่ทำงานหนักทุกนัด มีความกระหายชัยชนะ มีเป้าหมายที่ชัดเจน เราคงต้องรักษามาตราฐานการเล่นและพัฒนาจุดที่ยังขาดหายให้ลงตัวมากกว่านี้ ผมคิดว่านี่ยังไม่ใช่ฟอร์มที่แท้จริงของทีม น่าน เอฟซีเรายังมีดีกว่านี้เยอะครับ”

 

อยากฝากถึงชาวน่าน

“พวกเรากำลังจะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ พีระมิดไม่ได้สร้างกันด้วยคนกลุ่มเดียว แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่จะถูกสร้างขึ้นจากทุกคนช่วยกัน จังหวัดน่านหรือน่าน เอฟซี จะเติบโตไม่ได้ถ้าขาดการร่วมแรงร่วมใจของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมไหน ก็อยากเชิญชาวให้ทุกคนมาร่วมมีส่วนร่วมในการพัฒนาไปด้วยกันครับ”

 

นี่คือเรื่องราวที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของวงการฟุตบอลเมืองน่าน ที่เรียกว่าไม่ได้มีแค่พัฒนาแค่ทีมฟุตบอลเท่านั้น แต่ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงกลุ่มนี้ จะร่วมกันพัฒนาจังหวัดน่าน เพื่อไม่ให้เป็นแค่ทางผ่านของนักท่องเที่ยว ต้องรอติดตามกันว่า "งาช้างดำมหากาฬ" น่าน เอฟซี จะวิ่งไล่ชนเป้าหมายได้แค่ไหน...

 

สวัสดี

เขียนโดย:ตู่จันท์

ขอบคุณภาพประกอบจาก:Nan Football Club

Top news

โค้ชธงกัดไม่ปล่อยยันเอาเรื่องประธานโคปูนอ้างชื่อบิ๊กตำรวจถึงที่สุด
28 พ.ย. ดีเดย์เปิดศูนย์พัฒนาลูกหนังไทย
ผู้กองต๋อย ยืนยันนักรบขุนด่านส่งทีมสู้ T4 แม้งบน้อย
การประชุมผู้จัดการทีม ก่อนเกมฟุตบอลหญิงกระชับมิตรระหว่างไทย - นิวซีแลนด์
ดาบหักเตรียมจับมือนกใหญ่ ยกระดับหวังเลื่อนชั้น