article1
บทความ
บทความ > ThaiLeague

ปริญญ์ กุญชร จากเด็กผู้เฝ้ารอโอกาส สู่การติดทีมชาติชุด U23
Update : 24/11/2017 12:34:52 น.
By : No.17
หากจะกล่าวถึงการที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ประสบความสำเร็จนั้น ล้วนจะต้องมีเส้นทางที่เป็นอุปสรรคมากมายที่ต้องเผชิญ

 

เฉกเช่นกับนักฟุตบอลระดับโลกมากมายที่ต้องฟันฝ่ากับบททดสอบ รวมไปถึงการที่แต่ละคนมีเบื้องหลังชีวิตที่แตกต่างกัน บ้างก็เติบโตมาจากสังคมที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ยาเสพติด ปัญหาต่างๆ บ้างก็เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแรงผลักดันที่ทำให้นักฟุตบอลอาชีพหลายต่อหลายคนประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ ดังนั้น โอกาสคือสิ่งสำคัญในเส้นทางที่ประสบความสำเร็จของนักฟุตบอลอาชีพเช่นกัน

 

เหมือนอย่างนักฟุตบอลคนหนึ่งที่เรากำลังจะกล่าวถึง ผู้ซึ่งมีเส้นทางชีวิตที่ล้มลุกคลุกคลาน ซึ่งขณะนี้เขาผู้นั้นกำลังมีชื่ออยู่ในขุนพลทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อทำการแข่งขัน M 150 Cup การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เขาคือ ปริญญ์ กุญชร

 

ปริญญ์เกิดที่กรุงเทพมหานคร โดยในวัยเด็ก ปริญญ์ต้องย้ายภูมิลำเนาตามครอบครัวมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเขาอายุได้ 8 ขวบ ระหว่างที่เขาได้เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวชิรวิทย์ ปริญญ์มีโอกาสได้เล่นฟุตบอลชุดเยาวชนให้กับโรงเรียน โดยเริ่มต้นจากตำแหน่งแบ็กขวา เพราะโค้ชเห็นว่าเขามีความเร็วมากกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน เล่นได้สองเดือน โค้ชก็เปลี่ยนตำแหน่งให้มาเล่นเป็นศูนย์หน้า เนื่องจากเป็นนักเตะที่เท้าหนัก สามารถทำประตูด้วยลูกยิงอันหนักหน่วงได้

 

เล่นไปเล่นมามีอยู่วันหนึ่ง ที่ทีมต้องไปเล่นทัวร์นาเมนต์ในจังหวัด ซึ่งพบกับโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย  ผู้รักษาประตูเกิดไม่สบาย ปริญญ์เลยถูกโค้ชเรียกไปคุยและมอบหมายให้เขาลองเล่นเป็นผู้รักษาประตูขึ้นมา แล้ววันนั้นตัวเขาเล่นดี เซฟอุตลุดช่วยให้ทีมคว้าชัย จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เจ้าตัวหันมาเอาดีทางด้านการเป็นผู้รักษาประตู

 

จากนั้นเจ้าตัวก็เล่นฟุตบอลให้กับทางโรงเรียนวชิรวิทย์มาตลอด จนกระทั่งมีคนเห็นแวว เลยพาไปคัดที่โรงเรียนราชวินิตบางแคปานขำ ซึ่งที่นี่มีชื่อทางด้านทีมฟุตซอลเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เจ้าตัวต้องเล่นฟุตซอลไปด้วย ถือเป็นการฝึกทักษะผ่านการเล่นโต๊ะเล็กไปในตัว ผ่านประสบการณ์การได้แชมป์ฟุตซอล สพฐ ลีก โดยเอาชนะสุรศักดิ์มนตรี มหาอำนาจโต๊ะเล็กอีกหนึ่งทีมของไทย ซึ่งปีนั้นนำทัพโดย ศศลักษณ์ ไหประโคน ปีกซ้ายตัวจี๊ดชุดแชมป์ไทยลีกล่าสุดของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (สัญญายืมตัวจากแบงค็อก ยูไนเต็ด) ซึ่งเจ้าตัวทำประตูได้ในการเป็นผู้รักษาประตูด้วย จนมีวันหนึ่งที่มีเพื่อนร่วมรุ่นที่อยู่ในศูนย์กีฬาฟุตบอลโรงเรียนไปคัดตัวกับทีมลีกภูมิภาคหลายทีม แล้วติดทีม ทำให้ปริญญ์อยากที่จะมีสโมสรอาชีพเล่น ถือเป็นการจุดประกายให้เขาเริ่มเดินทางต่อในการเล่นฟุตบอลอาชีพเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตตนเอง

 

แต่เมื่อไปคัดที่ไหนก็ไม่ติด พยายามอยู่นานก็ไม่ติดสักที จนเขาตัดสินใจที่จะกลับไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ช่วงนั้นกำลังจะไปชำระเงินค่าเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้แล้ว เจ้าตัวได้โทรศัพท์ไปคุยกับคุณแม่ว่า ยังไงก็อยากจะเล่นฟุตบอลอาชีพ ขอโอกาสครั้งสุดท้ายแล้ว สุดท้ายพ่อกับแม่อนุญาตให้ทำตามความฝัน ทันใดนั้น “โค้ชปอนด์” สฤษดิ์ วุฒิช่วย โค้ชคนดังที่ช่วยทีมระดับภูมิภาคมามากมาย ซึ่งขณะนั้นคุมทีมพะเยา เอฟซี อยู่ ได้โทรคุยกับคุณแม่ ว่าทีมกำลังขาดผู้รักษาประตูมือ 3 สนใจมาคัดไหม?

 

ปริญญ์ไม่ลังเลรีบหอบข้าวของจากเชียงใหม่เพื่อไปคัดที่พะเยา จนติดเป็นหนึ่งในขุนพลสู้ศึกลีกภูมิภาค ในปี 2013 แต่ในปีแรกเจ้าตัวก็ยังไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควร จนขึ้นปี 2014 เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บ กล้ามเนื้อฉีก ทำให้ต้องพักยาวถึงครึ่งฤดูกาล จนครึ่งฤดูกาลหลัง มีผู้ใหญ่มาขอตัวให้ไปเล่นทีมชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนโค้กคัพ จนผ่านรอบคัดเลือกภูมิกาค มาเล่นรอบสุดท้าย โดยพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ โดยแพ้ให้กับเมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ชุดนั้นมีชัยวัฒน์ บุราณ เล่นอยู่

 

หลังจากนั้นพอถึงปี 2015 ผลพวงจากการมีฟอร์มการเล่นที่ดีในทีมชุด U19 ทำให้โค้ชวางใจให้เขาลงเฝ้าเสา เป็นมือหนึ่งในทีมชุดใหญ่ของพะเยา เอฟซี ลงอย่างต่อเนื่อง และโชว์ฟอร์มให้กับทางต้นสังกัดได้เป็นที่น่าพอใจมาก เป็นเหตุให้เขาต้องพบจุดพลิกผันชีวิตอีกจุดหนึ่ง คือทางราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมจากไทยลีก ติดต่อเข้ามาเพื่อขอตัวเขาไปเล่น ทำให้ปริญญ์คิดว่า จุดนี้แหละน่าจะทำให้เขาสามารถมีชื่อเสียงในวงการฟุตบอลไทยได้ แต่ใครจะคิดว่า เส้นทางนี้เป็นกระดูกชิ้นโตที่ทำให้ปริญญ์ได้เรียนรู้อีกครั้ง

 

ปริญญ์เข้าไปที่ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยสัญญาหนึ่งปี แต่เนื่องจากทีมมีผู้รักษาประตูฝีมือดีระดับประเทศอยู่แล้วอย่าง อุกฤษฏ์ วงศ์มีมา ทำให้เจ้าตัวรู้สึกหวั่นวิตกว่า เราจะไปได้ดีในเส้นทางนี้จริงๆเหรอ? ปริญญ์เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 3 อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ยากลำบากกว่าครั้งที่อยู่พะเยา เอฟซี อย่างมาก เพราะราชบุรี มิตรผลถือเป็นอีกหนึ่งทีมชั้นนำของไทย โอกาสที่เขาจะได้ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงนั้นเป็นไปได้ยาก แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่มีโอกาสเสียทีเดียว เมื่อเขาได้รับโอกาสลงเล่นในนัดที่เจอกับจันทบุรี เอฟซี ในศึกลีกคัพในฤดูกาล 2016 ซึ่งเขาคิดว่า จะพยายามแจ้งเกิดกับนัดนี้ แต่แล้วก็ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวัง เมื่อราชบุรีโดนทีมรองบ่อนเขี่ยตกรอบ ทำให้หลังจากนั้นปริญญ์ก็แทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้กับราชบุรี มิตรผลอีกในปีนั้น

 

จนจบฤดูกาล 2016 ปริญญ์ถูกยกเลิกสัญญา คุณพ่อของปริญญ์คุยกับลูกชายถึงอนาคตของตนเองว่าจะเอายังไงต่อ โดยคุณพ่อก็อยากให้ลูกกลับไปเรียนต่อ โดยเล็งไว้ที่สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม่ ระหว่างที่เจ้าตัวพิจารณากับตัวเองว่า จะเล่นฟุตบอลอาชีพต่อ หรือจะเลิกเล่นแล้วกลับไปเรียน ทีม เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ซึ่งขณะนั้นกำลังเตรียมทีมเพื่อเล่น ไทยลีก 4 ฤดูกาล 2017 เข้ามาติดต่อให้ปริญญ์ไปเล่นให้ทีม เนื่องจากเจ้าตัวก็เป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลไทยทางภาคเหนืออยู่แล้ว อีกทั้งนโยบายของทีมคือเน้นการใช้ผู้เล่นท้องถิ่นในจังหวัดมากกว่า เจ้าตัวเลยได้รับโอกาสเป็นหนึ่งในขุนพลของทีม “ช้างเผือก”

 

ในช่วงแรกเขาก็เริ่มต้นด้วยตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 3 ตามเคย แต่ด้วยประสบการณ์และความตั้งใจฝึกซ้อม ทำให้ได้รับโอกาสเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่ง แทนคนเดิมที่มีฟอร์มการเล่นไม่ดี โดยเขาก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง โอกาสในครั้งนั้นทำให้เขาขึ้นมารับบทเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งนับแต่นั้นมา จนมาสารถพาทีมสร้างประวิติศาสตร์เข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอคัพ โดยเข้ามาเจอกับยอดทีมแห่งไทยลีกอย่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด

 

ซึ่งปริญญ์โชว์ฟอร์มในนัดนั้นเป็นที่น่าจดจำแก่แฟนบอลไทย แม้นัดนั้นทีมของเขาจะแพ้ แต่ชื่อของเขาได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมาก ด้วยการเซฟอย่างอุตลุด และการยืนพื้นที่อย่างชาญฉลาด ทำให้เขาถูกเรียกให้เข้ามาติดอยู่ในขุนพลช้างศึกทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อสู้ศึก M150 Cup ที่บุรีรัมย์ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งถือเป็นเกียรติยศแก่ตนเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก ใครจะคิดว่า เด็กคนหนึ่งที่กำลังจะหมดอนาคตในเส้นทางการเล่นฟุตบอลอาชีพ เคยเกือบจะต้องไปเป็นเด็กส่งพิซซ่า ในวันนี้เขาได้ถูกเรียกไปติดทีมชาติแล้ว

 

เราทุกๆคนต่างมีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งบางครั้งเส้นทางที่เราเดินมันก็ไม่ได้สวยงามเสมอไป แต่ความพยายาม และความซื่อสัตย์ต่อความฝันที่แต่ละคนมี สิ่งนี้ก็ส่งผลให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ และรางวัลแห่งชีวิตที่เราทุกคนสมควรที่จะได้รับ เหมือนอย่างผู้รักษาประตูที่เคยถูกปฏิเสธโอกาสมามากมาย ผ่านการบาดเจ็บมาหลายครั้ง แต่ด้วยความซื่อสัตย์ต่อความฝันของเขา ทำให้เขามีวันนี้ “ปริญญ์ กุญชร”

 

จิ้นส้ม (แปลว่าแหนม) เรียบเรียง

Top news

แพร่ เปิดตัวม้าศึกอีก 2 ยอดรวม 12 ราย ลุย T3
กำแพงอุ่นรวมแข้งญี่ปุ่นพ่าย 3-4 เตรียมสี่เส้าที่อุตรดิตถ์
เสี่ยเคแจงเรือใบคืนซ้อมพรุ่งนี้ พร้อมเผยแข้งดีกรีบางส่วนที่เซ็นร่วมทีมแล้ว
นครแม่สอดคว้าตัว นิพนธ์ พันธุ์พร้อม มิดฟิลด์มากประสบการณ์ร่วมทัพ
ลูกอีสานเปิดตัวอดีตผู้รักษาประตูกบินทร์ ซิตี้ ร่วมทีมรายที่ 3