article1
บทความ
บทความ > ThaiLeague

เริ่มใหม่อีกครั้ง ตังค์ ปรีชาพล เหล็กดี
Update : 07/12/2017 01:12:12 น.
By : No.17
อนาคตสดใสในอะคาเดมี่ทีมใหญ่ ด่วนใจร้อนอยากเล่นอาชีพ ปัญหาชีวิตรุมเร้าจนหยุดเล่นในวัย 25 ปี เปลี่ยนไปเป็นพนักงานโรงแรม, ครู ก่อนจะกลับมาสู่ลีกอาชีพอีกครั้ง ปรีชาพล เหล็กดี

 

“ตังค์” ปรีชาพล เหล็กดี หนุ่มน้อยจากเมืองดอกบัวงาม อ.เขมราฐ อุบลราชธานี เริ่มต้นฝึกปรือศาสตร์ลูกหนังตั้งแต่วัย 8 ขวบกับ ไอดอล และลุงแท้ๆ ของตน "โค้ชแหง่น" ปริญญา เหล็กดี โค้ชฟุตบอลบนรถเข็น ที่ถ่ายทอดประสบการณ์ โดยในวัยเด็กเจ้าตัวเล่นให้กับทีม ป.ซิตี้ ทีมในท้องถิ่นอุบล ที่ถือเป็นเบ้าผลิตแข้งฝีเท้าดีมาไม่น้อย อาทิ อำนาจ ภมรประเสริฐ, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา, ธนพล อุดมลาภ ฯลฯ ที่ต่างเติบโตขึ้นไปเล่นในระดับไทยพรีเมียร์ลีกทั้งหมด

 

เมื่อฝีเท้าเริ่มแกร่งกล้า ก็ย้ายมาเรียนต่อในกรุงเทพในฐานะนักเรียนทุน กับโรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา, อัสสัมชัญพาณิชยการ, พณิชยการกรุงเทพ ก่อนได้มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยที่นี่เขาได้มีโอกาสเข้าร่วมทีมเยาวชน 19 ปี โค้กคัพ กับทีมอินทรีเพื่อนตำรวจ อยู่ฝึกซ้อมเล่นอยู่ที่ 3-4 เดือน

 

จนกระทั่งจบรายการแข่งขัน ด้วยความที่ไม่ประสาเขาเลือกตัดสินใจย้ายไปเล่นอาชีพครั้งแรกในชีวิตกับ อุบล ไทเกอร์  โดย “ตังค์” เล่าให้ฟังถึงการตัดสินใจในครานั้นว่า “ด้วยความที่เราอายุยังน้อย และรอโอกาสเล่นชุดใหญ่ไม่ไหว ทำให้เราตัดสินยกเลิกสัญญากับทีมเพื่อนตำรวจ และเลือกกลับไปเล่นกับ อุบลฯ ที่ติดต่อมา ถ้าย้อนกลับไปได้ผมคงไม่ตัดสินใจอย่างนี้”

 

แม้ในช่วงแรก กับการเล่นลีกอาชีพในวัย 17 ปี อาจตะกุกตะกักบ้าง แต่เมื่อเริ่มเข้าที่เข้าทาง และกลายเป็นแกนหลักทีมต่อเนื่อง ทว่าด้วยทางบ้านอยากให้เรียนต่อให้จบ ก็ทำให้เส้นทางสายลูกหนังของเขาต้องพับลง เพียงครึ่งฤดูกาล เขาเลือกตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเรียนต่ออีกครั้ง กับมหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น

 

ชีวิตลูกหนังของเขาเงียบนิ่งไปราว 3-4 เดือน ก็มีอดีตครูคนหนึ่งแนะนำให้ไปร่วมทีมเยาวชน โอสถสภาฯ เป็นตัวแทนทีมเลย ไปแข่งภูพานราชนิเวชน์คัพ ที่ จ.สกลนคร โดยในคราวนั้นทำทีมโดย "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ที่ปัจจุบันทำหน้าที่สตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย ทว่าหลังจบรายการเขาตัดสินใจออกเก็บเกี่ยวประสบการณ์ลูกหนังอีกครั้ง คราวนี้เขามาคัดกับทีมชานเมืองอย่าง สมุทรปราการเอฟซี ภายใต้ยุคการทำทีมของ “โค้ชเป็ด” พงษ์สิริ ยะกัณฐะ แน่นอนว่าด้วยอายุยังน้อย และประสบการณ์ที่ดี เขาติดในทีม “ป้อมปราการ” ชุดสู้ศึกปี 2013

 

ปรีชาพล เหล็กดี ภายใต้สังกัดที่ให้ชีวิตใหม่กับเขาอย่างอีสาน ดี-บีช ออร่า พัทยา 

 

ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่นี่ เขาก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจของแฟนคลับได้ไม่ยากนัก ด้วยรูปลักษณ์ที่มีความศิลปินลูกหนัง บวกกับ ทักษะฝีเท้าที่รุดหน้าต่อเนื่อง โดยนอกจากจะเป็นมิดฟิลด์คนสำคัญของทีมแล้ว บ่อยครั้งที่เขามักปล่อยทีเด็ดด้วยการทำประตูคู่แข่งไม่น้อย อย่างไรก็ตามในปีสุดท้ายของเขาในถิ่นฟ้า-ขาว ด้วยปัญหานอกสนามที่รุมเร้า ส่งผลต่อฟอร์มอย่างเลี่ยงไม่ได้ และนั่นคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้สโมสรฯ ตัดใจปล่อยเขาพ้นทีมในที่สุด

 

“ยอมรับครับว่าในเวลานั้นมีปัญหานอกสนามมาก ทำให้ฟอร์มเราตกลงไป ทางโค้ชเองก็มองว่าเราไม่สามารถช่วยทีมได้มากกว่าที่ควร สุดท้ายก็ต้องออกมา ก็รู้สึกเสียใจ เราผูกพันกับที่นี่ แต่สุดท้ายเราจำเป็นต้องไป” อดีตกองกลางช่างแอร์ในถิ่นสมุทรปราการ กล่าวถึงช่วงเวลาที่ต้องย้ายออกหลังไม่อยู่ในแผนทำทีมอีกต่อไป

 

จากนั้น “ตังค์” หอบหิ้วครอบครัว ลงไปค้าแข้งต่อกับ เพชรบุรี เอฟซี ในปี 2015 เลก 2 ที่นี่เขามีส่วนสำคัญในการพาทีมปีนจากท้ายตารางมาอยู่กลางตารางได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามช่วงชีวิตหลังจากนั้นกลับเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยแม้จะคิดมาตลอด นั่นคือการหันหลังให้กับวงการลูกหนังในวัย 25 ปีเท่านั้น

 

“ผมมองว่าไม่ได้แล้ว ผมมองถึงลูกกับแฟน เราจะใช้ชีวิตบนความเสี่ยงแบบปีต่อปีแบบนี้ไม่ได้แล้ว และทุกๆ ปีเราต้องย้ายไปที่นั่นที่นี่เพื่อทดสอบฝีเท้า มันแทบจะต้องย้ายที่อยู่กันทุกปี มันไม่โอเคสำหรับพวกเขา เราเห็นแก่ตัวมามาก เราต้องมองถึงครอบครัว ทำให้เลือกที่จะหางานประจำทำแทนดีกว่า”

 

เราเห็นแก่ตัวมามาก เราต้องมองถึงครอบครัว ทำให้เลือกที่จะหางานประจำทำแทนดีกว่า

 

“ประจวบเหมาะกับที่ทางพี่ตั้ม (กฤษฎา แสนสุด) อดีตนักเตะระยอง เอฟซี ที่เราเพิ่งรู้จักกันไม่นานนัก เห็นเราว่างงานเลยตัดสินใจชักชวนทำงานที่พัทยาดิสคัฟเวอรี่บีชโฮเทล ที่พี่เขาทำงานอยู่ ซึ่งที่โรงแรมนี้ดีอย่างคือ เจ้านายเป็นคนชอบฟุตบอล ถ้าเราไปทำในฐานะโควตานักฟุตบอล เขาจะมีเบี้ยซ้อมให้ แม้ไม่เยอะ แต่อย่างน้อยก็ยังถือว่าดีที่ทั้งเรา และแฟนได้ทำงานที่นี่ ได้อยู่ใกล้ลูก รวมถึงผมยังได้เตะบอลอยู่บ้าง แม้มันจะไม่ใช่ในระดับอาชีพก็ตาม ทำให้สุดท้ายเราตัดสินใจย้ายมาตั้งหลักปักฐานที่พัทยา”

 

ปรีชาพล กล่าวต่อถึงชีวิตที่แม้ไม่เหมือนที่คิดไว้ แต่ก็มีความสุขกว่าที่เคยแล้วว่า “ผมไม่เคยคิดเลยนะว่าจะได้กลับมาเตะฟุตบอลอาชีพอีก จริงๆ มันมีความสุขดีอยู่แล้ว เราทำงานประจำ ตกเย็นเตะบอล มีไปแข่งรายการที่นั้นที่นี่บ้าง มันก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราอยากที่จะหวนกลับมาเตะอาชีพอะไรแล้ว”

 

อย่างไรก็ตาม ชีวิตยังมีเรื่องใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้เสมอ “ตังค์” ก็เช่นกันเมื่อเขาดันไปหย่อนใบสมัครครูไว้ที่ โรงเรียนพลูตาหลวงวิทยา พอดีกับทางโรงเรียนขาดในตำแหน่งที่เขายื่นพอดี นั่นส่งผลให้ในที่สุดเขาเลือกไปเรียนรู้บทบาทใหม่นั่นคือการเป็นครูในที่สุด “ยอมรับว่าไม่เคยคิดว่าอย่างเราจะมาเป็นครูได้หรือ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างมันรวดเร็วมาก ก็ต้องขอบคุณ “เฮียปิ้ง" (ณภัทร ธิติโรจนะวัฒน์ กรรมการผู้จัดการพัทยาดิสคัฟเวอรี่บีชโฮเทล) ที่ให้เราตัดสินใจเลือกทางของเราเอง”

 

แม้ตัวเขาจะย้ายออกไปเป็นครูแล้ว อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่ยังให้โอกาสมาร่วมแข่งขันกับทีมอีสาน ดี-บีช ออร่า พัทยา ต่อไป “ต้องขอบคุณเจ้านาย (ณภัทร ธิติโรจนะวัฒน์) และน้าคำ (ด.ต.ศุภฤกษ์ สดรัมย์) ที่เป็นคนพาผมเข้ามา เป็นคนที่มีส่วนช่วยให้ชีวิตครอบครัวผมดีขึ้น เป็นคนที่คอยยื่นมือเข้าช่วยผม และครอบครัวตลอด ทำให้ผมได้เคยบอกกับพวกท่านว่าไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลรายการไหนอย่างไร ผมขอเล่นให้กับ ดี-บีช เท่านั้น”

 

อีสาน ดี-บีช ออร่า พัทยา ชุดเลื่อนชั้นขึ้น T4

 

และนั่นทำให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งในทีม อีสาน ดี-บีช ออร่า พัทยา ชุดแชมป์อเมเจอร์ลีก โซนตะวันออก ได้สำเร็จในที่สุด โดยในเกมชิงดำพวกเขาต้องลุ้นถึงฎีกากว่าจะชนะจุดโทษ พัฒนา เอฟซี มาได้สำเร็จ “ตังค์” กล่าวถึงความรู้สึกในวันนั้นว่า “จำได้ดีครับ วันนั้นยิงจุดโทษตัดสินเข้าเราน้ำตาร่วงเลย มันไม่คิดไม่ฝันว่า เราจะกลับมาสู่ลีกฟุตบอลอาชีพอีกครั้ง มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก มันอธิบายไม่ได้ และที่นี่คงเป็นบ้านหลังสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งของผมจริงๆ”

 

“ต้องขอบคุณประธานสโมสรทุกคนที่ให้โอกาส วัยรุ่นคนหนึ่งได้ใช้ฟุตบอลหาเลี้ยงครอบครัว และต้องขอบคุณผู้บริหารอีสาน ดี-บีช ออร่า พัทยา ที่ให้โอกาสกับคนที่ผิดพลาด คนที่มีทั้งดีและแย่ โดยที่เขายังเชื่อมั่น และยังเห็นคุณค่าของเรา”

 

ทั้งนี้ “ตังค์” ปรีชาพล เหล็กดี ได้รับการจรดปากกาต่อสัญญาออกไปร่วมกับเพื่อนร่วมทีมชุดที่พาอีสาน ดี-บีช ออร่า พัทยา ขึ้นชั้นสู่ลีกอาชีพได้สำเร็จ และนี่คือจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ของทั้ง “ตังค์” และต้นสังกัดของเขานั่นเอง

 

Top news

แพร่ เปิดตัวม้าศึกอีก 2 ยอดรวม 12 ราย ลุย T3
กำแพงอุ่นรวมแข้งญี่ปุ่นพ่าย 3-4 เตรียมสี่เส้าที่อุตรดิตถ์
เสี่ยเคแจงเรือใบคืนซ้อมพรุ่งนี้ พร้อมเผยแข้งดีกรีบางส่วนที่เซ็นร่วมทีมแล้ว
นครแม่สอดคว้าตัว นิพนธ์ พันธุ์พร้อม มิดฟิลด์มากประสบการณ์ร่วมทัพ
ลูกอีสานเปิดตัวอดีตผู้รักษาประตูกบินทร์ ซิตี้ ร่วมทีมรายที่ 3