article1
บทความ
บทความ > ThaiLeague

คู่มือบอลเด็กแห่งรั้วอัสสัมชัญ ธร สอระภูมิ
Update : 19/12/2017 23:54:09 น.
By : No.17
หากเอ่ยถึงสถาบันลูกหนังขาสั้นเบอร์ท็อปของเมืองไทยเชื่อว่าผู้อ่านคงไม่ลืมใส่ชื่อ รร.อัสสัมชัญ ธนบุรี เป็น 1 ในนั้น

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เจ้าสัวน้อย” คือแหล่งเพาะพันธุ์บรรดาแข้งวัยกระเตาะก้าวสู่ลีกอาชีพอย่างมากมาย อาทิ ธีรศิลป์ แดงดา (ล่าสุดเพิ่งย้ายไปร่วมซานเฟรสเช่ ฮิโรชิม่า ในเจลีก ด้วยสัญญายืมตัว), นฤบดินทร์  วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), สารัช อยู่เย็น, กวินทร์  ธรรมสัจจานันท์, ธีราทร บุญมาทัน (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) ฯลฯ นี่เป็นเพียงผลผลิตบางส่วนจากสถาบันแห่งนี้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นแข้งแถวหน้าของวงการลูกหนังไทย และแน่นอนทีมชาติไทย 

 

ปัจจุบันในยุคที่วงการลูกหนังหันมาใส่ใจการปลุกปั้นเด็กอย่างจริงจังยิ่งขึ้น นอกจากคุณภาพของเด็กแต่ละชุดที่คัดเข้ามาแล้ว ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือคู่มือในการสร้างแข้งรุ่นแล้วรุ่นเล่า ซึ่งปัจจุบันเป็นหน้าที่ของ “มาสเซอร์ธร” ธร สอระภูมิ คือใครคนนั้นที่มีหน้าที่สร้างบุคลากรลูกหนังรุ่นต่อรุ่น

 

ธร สอระภูมิ เกิดที่นครปฐม เดิมเล่นในตำแหน่งกองหน้า ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะถูกจับยืนแนวรับ และทำผลงานได้ดี เริ่มต้นแรงบันดาลใจโดยมี ไพโรจน์ พ่วงจันทร์ ตำนานลูกหนังไทยเป็นเป้าหมายในการก้าวสู่นักฟุตบอลอาชีพ โดยเริ่มต้นเส้นทางจากสถาบันลูกหนัง พณิชยการราชดําเนิน ด้วยฝีเท้าที่รุดหน้าต่อเนื่อง ทำให้ในที่สุดเขาก้าวสู่ขุนพลทีมนักเรียนไทยในที่สุด จากนั้นขยับขึ้นเล่นกึ่งอาชีพกับสโมสรฟุตบอลตลาดหลักทรัพย์ โดยตลอดอาชีพค้าแข้งเขาร่วมเล่นกับแข้งชั้นนำมากมาย และถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพพอสมควร 

 

ก่อนในเวลาต่อมาเขาเลือกแขวนสตั๊ด และหันมาเอาดีในการทำหน้าที่โค้ชโดยเริ่มต้นจับงานคุมทีมบอลเด็กกับ รร.มัธยมวัดดุสิต ก่อนย้ายมาลงหลักปักฐานที่ รร.อัสสัมชัญ ธนบุรี จวบจนปัจจบัน แน่นอนว่าเขาคือกุนซือมือดีเบอร์ต้นๆ ของวงการฟุตบอลเด็กเมืองไทยในยุคนี้ แล้วอะไรหล่ะที่ทำให้สถาบัน และ “มาสเซอร์ธร” ยังคงเดินหน้าผลิตดาวโรจน์ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง Supersub Thailand จะพาท่านผู้อ่านไปหาคำตอบกันในวรรคถัดไป

 

เราจัดระเบียบ โปรแกรมการฝึกซ้อมเด็กๆ ตามปกติ โค้ชแต่ละคนเตรียมการฝึกซ้อมช่วงเย็นกับเช้า จะปรับตามสถานการณ์ไปไม่ตายตัว ฉะนั้นมันแล้วแต่โค้ชที่จะจัด ในส่วนเรื่องเรียน ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องเน้นให้เด็กเรียนอยู่แล้ว ตอนเช้าจะให้เด็กเข้าเรียนตามปกติ ตามนโยบายของโรงเรียน ฉะนั้นการแบ่งหน้าที่ แบ่งเวลา ให้เด็กๆ เราค่อนข้างมีมาตรฐาน และมีระเบียบ ช่วงเวลาต้องเหมาะสม ไม่เยอะเกิน หรือน้อยเกินไป และไม่ทำให้เด็กสับสน “มาสเซอร์ธร” เกริ่นนำถึงแนวทางการเรียน ควบคู่การกีฬา ที่ทีมยึดมั่น และให้ความสำคัญไม่ได้ต่างกัน 

 

หัวหน้าผู้ฝึกสอนของ “เจ้าสัวน้อย” กล่าวถึงสาเหตุสำคัญที่ทีมยังคงเดินหน้าผลิตแข้งฝีเท้าดีต่อเนื่อง โดยชี้ว่าทีมเริ่มให้ความสำคัญตั้งแต่รุ่นเล็กสุด 11 ขวบ และต่อยอดทักษะแบบปีต่อปีต่อเนื่อง “เราทำการคัดเลือกจากทั่วประเทศ โดยลงไปคัดด้วยตัวเอง ในแต่ละภาค โดยเราวางไว้ 4 ภาคคือ ใต้ เหนือ ตะวันออก และภาคอีสาน โดยทีมงานเราเน้นเฟ้นหาเด็กที่มีคุณภาพ ที่เหมาะสม และดีที่สุดเข้ามาอยู่ในรั้วอัสสัมฯ   ซึ่งปีๆ หนึ่งเรามีเด็กในโครงการ 100 กว่าคน ปีนี้ก็ 115 คน แต่ละรุ่น เราจะมีประมาณ 20-30 คน เราจะมีแยกเลขคู่เลขคี่  โดยเราจะเริ่มรับเด็กตั้งแต่อายุ 11 ขวบเป็นต้นไป เพื่อสอดรับกับการแข่งขันในรุ่นต่างๆ ไล่ไปจนถึง 18 ปี เพราะฉะนั้นการทำทีมเราจะมีนักเตะพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาซัพพอร์ตกันได้ทุกปีอยู่แล้ว เพื่อรองรับ ทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ของบอลเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นยูธลีก, โค้กคัพ, ฟุตบอลกรมพละ 18 ปี รวมไปถึง ไทยลีก 4 ด้วย

 

“มาสเซอร์ธร” ธร สอระภูมิ ยังกล่าวต่อถึงทัวร์นาเมนต์ "โค้กคัพ" ครั้งที่ 20 เตะแบบเหย้า-เยือน ในรอบ 8 ทีม ที่ทีมจะพบงานหนักจับเจอ ชลบุรี ที่จะมีโปรแกรมในช่วงต้นปีหน้าในวันที่ 12 มกราคมนี้ ด้วยว่า “โค้กคัพเรามีตัวผู้เล่นจากปีที่ผ่านมาหลายคน บวกกับเด็กรุ่นน้องที่ดันขึ้นมาใหม่ 4-5 คน ก็ถือว่ามาตรฐานของเรา ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายเราคือหวังถึงการเข้าชิง มาถึงรอบนี้ส่วนตัวมองว่าเจอใครก็หนักหมด ทีมที่ผ่านมาถึงรอบ 8 ทีมได้ล้วนแต่มีคุณภาพทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับการเตรียมทีมของเราว่าพร้อมขนาดไหนกับการต่อกรกับทีมต่างๆ ก็ถือว่าเป็นรายการที่เด็กเราค่อนข้างเต็มรุ่น โดยได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากปีที่แล้ว รวมถึงหลายๆ คนก็ผ่านประสบการณ์ในไทยลีก 4 มาแล้วแทบทุกคน

 

พร้อมกันนี้ในส่วนของบทบาทกุนซือทีมฟุตบอลอาชีพอย่าง อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด ทีมในศึกไทยลีก 4 โซนตะวันตก กุนซือมือดีท่านนี้กล่าวกับสื่อ Supersub Thailand ถึงเรื่องนี้ว่า คือเราได้รับนโยบายจากผู้ใหญ่มา คือปี 2018 เราจะเน้นเยาวชนที่จะดันเล่นฟุตบอลอาชีพ  ซึ่งนักเตะของเราส่วนใหญ่เล่นโค้กคัพ เล่นบอลนักเรียน ที่จะใช้เล่นไทยลีก 4 ฉะนั้นการเตรียมทีมเราทำกันมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เพราะเราต้องเตรียมทีมเล่นฟุตบอลนักเรียนอยู่แล้ว แต่เราต้องเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกซ้อมสำหรับบอลอาชีพ ฉะนั้นเราต้องบอกเด็กทุกคนว่าในการเล่นอาชีพมันไม่ใช่บอลนักเรียน มันเป็นอีกระดับ นั้นทำให้การซ้อมเราต้องหนัก ต้องเข้นข้นกว่าบอลนักเรียน

 

และในฐานะที่กุนซือรายนี้ผ่านการปลุกปั้นเด็กมานับไม่ถ้วน “มาสเซอร์ธร” ธร สอระภูมิ กล่าวทิ้งท้ายไปยังน้องๆ ที่มีความฝันว่าวันหนึ่งจะก้าวสู่ฟุตบอลอาชีพ โดยเน้นย้ำสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องทัศนคติที่จะผลักดันศักยภาพได้ดีกว่าพรสวรรค์ 

 

อยากแนะนำเยาวชนที่สนใจ และมีใจรักในกีฬาฟุตบอล โอกาส และเวลา มันมีไม่มาก เพราะฉะนั้นใครที่อยากเป็นนักเตะอาชีพ และอยู่ในสถาบันที่สนับสนุนเรื่องกีฬา ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม คือ ต้องมีวินัย ต้องขยัน ต้องมุ่งมั่น ตรงนี้ถ้าเด็กๆ ทุกคนมีตรงจุดนี้ ผมคิดว่าทุกคนมีโอกาสที่จะไปสู่เป้าหมายในการเป็นนักเตะอาชีพได้ไม่ยาก แต่ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้นักฟุตบอลระดับเยาวชนเราขาดระเบียบวินัยอย่างมาก เด็กเก่ง มีพรสวรรค์ แต่ไม่มีวินัย และขาดความมุ่งมั่น แต่กลับกันเด็กที่ไม่ค่อยเก่ง แต่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ อยู่ในระเบียบ มันจะไปได้ และเห็นผลตอนอายุ 17-18 ปี กลุ่มนี้จะเริ่มฉีกหนีตัวพรสวรรค์” 

 

นี่คือปัญหาของเยาวชนที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ โซเชียล มันกว้างมาก เด็กบางคนติดกับสิ่งเหล่านี้ทำให้แบ่งเวลาไม่ถูก และส่งผลต่อสภาพร่างกาย ไม่สามารถต่อยอดได้ แม้การฝึกซ้อมหนักจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่หากนอกสนามขาดวินัยในตัวเอง ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ กุนซือใหญ่แห่งรั้วสถาบัน อัสสัมชัญ ธนบุรี กล่าวทิ้งท้าย

 

Top news

OFFICIAL : บิ๊กแบตหวังขุนพลโคบาลทิ้งทวน 3 แต้มก่อนเมือบ้านซีซั่นหน้า
บาสน้ำหวานผ่าฉลุย ตั้งเป้าคืนสนามปรีซีซั่น 2019
OFFICIAL : ประธานทัพอาชาผยองเชื่อปีนี้ลุ้นถึงเลื่อนชั้น
นายกสมาคมฯ พร้อมฟังบทสรุปผลงานทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
ช้างศึก U16 ซ้อมก่อนชนตราหมี, โค้ชดาทยันเปิดเกมสู้เพื่อวัดระดับทีม