article1
บทความ

...ข้อยฮักบานเตะ : โบ พิจิกา บุนกว้าง
Update : 24/01/2018 10:38:22 น.
By : จิ๊นส้ม (แปลว่าแหนม)
เปิดตลาดแข้งอาเซียน, การพัฒนาวงการบานเตะ, ใส่เกิบเดินเข้าร้านสะดวกซื้อแล้วมีคนขอถ่ายรูป ทั้งหมดนี้เราจะได้รู้กันกับ หญิงแกร่งแห่งวงการฟุตบอลลาว โบ พิจิกา บุนกว้าง

 

เป็นที่ทราบกันดีว่า ไทยลีกในปีนี้ ก่อนที่กำลังจะเริ่มโม่แข้งกันนั้น มีความเคลื่อนไหวต่างๆมากมาย มีหนึ่งอย่างที่น่าสนใจคือ การที่ทีมสามารถสามารถส่งนักเตะที่มีถิ่นฐานอยู่ในภูมิภาคอาเซียนลงทำการแข่งขัน หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า โควตาอาเซียน โดยท่ามกลางกระแสการย้ายตัวผู้เล่นอาเซียน เพื่อมาเล่นในลีกของไทยนั้น บางผู้เล่นก็มีเป้าหมายที่จะมาเพื่อต่อยอดประสบการณ์ในการเล่น สร้างเกียรติยศในอาชีพค้าแข้ง ให้ได้ชื่อว่าเคยมาเล่นฟุตบอลอาชีพยังต่างแดน โดยมีทั้งนักเตะชั้นนำที่เราชาวไทยมักจะคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีอย่าง ฮัสซัน ซันนี่, ไคซาน ไบฮัคกี้ สองแข้งจากสิงคโปร์ อ่อง ทู, คยอ โค โค สองซุปเปอร์สตาร์จากเมียนมา 

 

ทั้งหมดที่กล่าวมา ผมไม่ได้จะถ่ายทอดบทความนี้เกี่ยวกับนักเตะอาเซียนเหล่านี้หรอกครับ พอดีเมื่อสองวันก่อนผมก็เปิดโซเชียลดูข่าวสารบ้านเมืองตามปกติ จังหวะที่ผมเหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวในจอโทรศัพท์น้อยๆของผมนั้น ผมไปสะดุดกับข่าวหนึ่ง เขาพูดถึงประธานสโมสรหญิงคนแรก ในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลลาว หนึ่งสิ่งที่ผมมักจะทำ ก่อนที่จะเปิดอ่านข่าวนั้น ผมเลือกดูคอมเมนท์ของผู้คนมากมาย แทบไม่ต่างอะไรกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่เราได้ชื่นชมกับผู้หญิงเก่งๆ ในวงการกีฬาไทย ทั้ง "มาดามมล" นฤมล ศิริวัฒน์ อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ปัจจุบันทำหน้าที่ประธานพัฒนากีฬาฮอกกี้ไทย, "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานพัฒนาฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี หรือล่าสุดกับ "มาดามเดียร์" วทันยา วงษ์โอภาสี อดีตผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2017 ที่มาเลเซีย 

 

ซึ่งสำหรับเวลานี้ ความยอดนิยม และการมีกระแสที่ทุกคนพูดถึงอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้เกิดมาจากฝั่งไทย แต่เกิดจากฝั่งเพื่อนบ้านของเรา ซึ่งข่าวที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจอยู่นั้น เป็นข่าวที่กำลังโด่งดังไปทั้งวงการบานเตะ (ฟุตบอล )ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นั่นคือการมีประธานสโมสรหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ เธอผู้นี้มีนามว่า "พิจิกา บุนกว้าง" ชื่อเล่นของเธอคือ "น้องโบ"

 

 

ทันทีที่ผมได้เห็นข่าวนี้ ผมไม่ลังเลที่จะติดต่อเธอให้สัมภาษณ์กับทาง Supersub Thailand ไม่ใช่เพราะความงามที่ออกมาจาก "น้องโบ" เพียงอย่างเดียว ผมกลับเห็นอะไรบางอย่าง ที่ตัวเธอสามารถถ่ายทอดให้แฟนบอลทุกท่านได้ทราบ มากกว่าสิ่งที่ทุกท่านได้เห็นจากโลกโซเชียล เมื่อมีการตอบรับอย่างเป็นกันเองจากเจ้าตัว ผมไม่ลังเลที่จะรีบเดินทางไปพูดคุยกันกับเธอ

 

เจ้า "ดำเกิง" มอเตอร์ไซค์คู่ใจของผม ได้พามาถึงที่ที่เรานัดหมายในการพูดคุย ทันทีที่ผมเดินเข้าไปในสถานที่นั้น ผมเห็นผู้หญิงผมยาว มากับเสื้อกีฬาสีสดใส ใส่กางเกงยีนส์วัยรุ่น รองเท้าหูหนีบ ย้ำ! รองเท้าหูหนีบ ผมคิดว่าท่านอ่านไม่ผิดหรอกครับ ช่างต่างจากข้อมูลที่ผมศึกษามาเกี่ยวกับ "น้องโบ" แทบทุกคนพร้อมใจกันเรียกนามเธอใหม่ว่า "มาดามโบ" กันเป็นทิวแถว 

 

"สะบายดีคุณแหนม" เธอเริ่มต้นทักทายด้วยประโยคเปื้อนรอยยิ้ม ที่ทำให้บรรยากาศที่น่ากังวลสำหรับผม ได้ทุเลาลงทันใด

 

"โบอยากทานขนม ไปกันนะ"

ดะ เดี๋ยว เดี๋ยวว ผมคิดในใจ เข้ามาร้านนี้ไม่ทันไร อยากกินขนมแล้วเหรอ? (ฮ่าฮ่า)

 

สุดท้ายร้านขนมชื่อดังในย่านนี้ เป็นที่ที่เราจะมาพูดคุยกัน ถึงเรื่องราวที่เธอไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน

 

 

จิ้นส้ม : ถ้ามองเผินๆ ผมคิดว่าคุณโบเป็นนักศึกษาหาข้าวเย็นทานแถวนี้เลยนะครับ

 

คุณโบ : (หัวเราะ) ปกติโบก็แต่งตัวสบายๆแบบนี้อยู่แล้ว คล่องตัวดี

จากอาการเกร็งเมื่อสักครู่ ตอนนี้เริ่มรู้สึกถึงความเป็นกันเองของคู่สนทนา ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

 

คุณโบ : โบไม่คิดเลยว่า ตั้งแต่มีข่าวในวันนั้น ผู้คนรู้จักโบมากขึ้น ทำให้ชีวิตโบเปลี่ยนไปเลยทันที!

 

จิ้นส้ม (เวอร์ชั่นสบายสบาย) : งั้นเล่าให้เราฟังหน่อยครับ

 

คุณโบ : เริ่มแรกโบทำงานเป็นผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่งที่ลาว ซึ่งได้มีโอกาสติดต่อประสานงานกับผู้คนมากมาย หรือบริษัทห้างร้านหรือหน่วยงานต่างๆ และเริ่มมีโอกาสในการจัดงานประกาศรางวัล Lao Entertainment Award ซึ่งตรงจุดนั้นทำให้โบเริ่มเป็นที่รู้จัก

 

จิ้นส้ม : แสดงว่าคุณโบก็มีหน้าที่การงานที่ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะครับ

 

คุณโบ : นั่นเป็นเพราะการที่โบจะต้องพบปะผู้คนมากมาย โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ ทำให้โบเป็นที่รู้จักของคนในลาว การมีคอนเนคชั่นกัน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โบได้มีส่วนร่วมในการเริ่มเข้าสู่วงการบานเตะ (ฟุตบอล) ในลาวค่ะ ซึ่งโบก็เริ่มเข้าไปร่วมทำหน้าที่บริหารทีมล้านช้าง ยูไนเต็ด ที่เคยมาเตะกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในศึกแม่โขงคลับ เมื่อสองปีก่อน เนื่องมาจากโบเคยไปทำงานฝ่ายการตลาดของกลุ่มบริษัท อินทรา กรุ๊ป ซึ่งประธานบริษัทเป็นเจ้าของสโมสรล้านช้าง ยูไนเต็ด ทำให้โบได้เข้าไปทำงานในสโมสรนั้นเช่นกัน จากการทาบทามของผู้ใหญ่ ซึ่งโดยส่วนตัวโบเคยเป็นนักกีฬาฟุตบอลหญิงสมัยเด็กๆด้วย ความชอบส่วนตัว เมื่อมาพร้อมกับโอกาส โบเลยตกลงที่จะทำอย่างไม่ลังเล แม้ภายหลังล้านช้างฯประกาศไม่ส่งทีมลงแข่งขัน อันเนื่องมาจากปัญหาบางอย่าง จนโบได้มีโอกาสจากผู้ใหญ่ให้ไปทำทีมเวียงจันทน์ ยูไนเต็ด

 

 

จิ้นส้ม : ที่เวียงจันทน์ ยูไนเต็ด คุณโบเข้าไปทำหน้าที่ในส่วนใดบ้างครับ?

 

คุณโบ : โบทำหลายอย่างมากเลยค่ะ (หัวเราะ) ตั้งแต่จัดการทีมอะคาเดมี่ ดูแลนักเตะ รวมถึงนวดให้นักฟุตบอล

 

จิ้นส้มทำหน้าตกใจ พร้อมกับสงสัย เลยถามกลับ : ต้องนวดนักกีฬาด้วยเหรอครับ?

 

คุณโบ : คือตอนทัวร์นาเมนท์สี่เส้าที่จีน ที่เพิ่งผ่านมาไม่นานค่ะ คือทีมมีแพทย์ประจำทีมอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่โบอยากเรียนรู้งาน เลยลองดู ซึ่งระยะหลังก็เริ่มนวดกล้ามเนื้อนักกีฬาเป็นแล้วค่ะ

 

 

จิ้นส้ม : แล้วมีไหม? สมมติแฟนนักฟุตบอลเขามาหึงคุณ

 

คุณโบ : ก็มีนะคะ โบคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราเชื่อมั่นในตัวเองอยู่แล้ว ว่าสามารถเราวางตัวได้ดีที่สุด ความเข้าใจหลังจากนั้นก็ตามมาค่ะ

 

 

จิ้นส้ม : แล้วในข่าวที่เกิดขึ้น จนเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียล ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยครับ

 

คุณโบ : คือช่วงก่อนหน้านี้โบพาทีม ทั้งชุดเยาวชนและชุดใหญ่ ไปทำการแข่งขันในที่ต่างๆ ทั้งฟุตบอลเยาวชนที่บุรีรัมย์เมื่อเดือนก่อน ฟุตบอลสี่เส้าที่จีน ที่มีทีมจากไทยอย่าง “แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี” และ “โปลิศ เทโร เอฟซี” ไปร่วมแข่งด้วย ซึ่งหลังจากนั้นโบได้มีโอกาสมาที่ไทย มาจัดการเรื่องสโมสรปกติ มีวันหนึ่งเราเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ แต่งตัวบ้านๆปกติ ใส่รองเท้าแตะ แล้วมีคนมาขอถ่ายรูป เราเองก็งง ว่าเขารู้จักเราได้ไง เลยถามไป และเขาเปิดข่าวในโซเชียลให้ดู โบตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าข่าวจะมาดังที่ฝั่งไทย โบเลยบอกเขาว่า ขอแต่งหน้าแป๊บเดียวนะ (หัวเราะ) ต่อมาโบไปเยี่ยมน้องจั่นเจา (พัดทะนา พรมมะเทพ) ปีกซ้ายทีมชาติลาวของชลบุรี เอฟซี ซึ่งน้องเคยเล่นให้กับล้านช้าง ยูไนเต็ด จนทำให้ทางชลบุรีฯ ได้เชิญโบไปชมฟุตบอลช้าง อินวิเตชั่น คัพ 2018 อีก โดยโบเป็นผู้หญิงคนเดียวในบ็อกซ์ VIP ท่ามกลางผู้บริหารสโมสรต่างๆที่เข้าร่วมแข่งขัน พอโฆษกสนามประกาศว่ามีประธานสโมสรหญิงคนแรกของลาวพรีเมียร์ลีก “มาดามโบ” ให้เกียรติมาชมเกม เรารู้สึกทำตัวไม่ถูก ได้แต่โบกมือทักทายผู้ชม (หัวเราะ) ซิ่นก็ไม่ได้นุ่งมา ปกติเวลาโบออกงานโบจะแต่งชุดซิ่น เป็นสาวลาว (ยิ้ม) ซึ่งพอการแข่งขันจบลง สื่อมวลชนมากมายก็รุมขอสัมภาษณ์โบ เพราะส่วนตัวก็เพิ่งรู้ในขณะนั้นเหมือนกันว่า ผู้คนฝั่งไทย ก็รู้ว่าโบทำอะไรจากสื่อในไทย ที่แปลข่าวจากฝั่งลาว ก็กลายเป็นที่ฮือฮาในไทยอีก (หัวเราะ) 

 

 

จิ้นส้ม : คิดว่าตัวเองมีความสามารถที่ดีไหม? เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่เก่งๆ ในวงการกีฬาไทย เช่น “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ หรือ “มาดามเดียร์” วทันยา วงศ์โอภาสี

 

คุณโบ : อย่าเอาโบไปเปรียบเทียบกับใครเลยค่ะ โบไม่ได้เป็นถึงระดับผู้บริหารที่เก่งมาก เหมือนสองท่านที่กล่าวมา โบเพิ่งเริ่มต้นในการเข้ามาบริหารทีมฟุตบอลหนึ่งเท่านั้น ซึ่งโบเองมั่นใจว่า ตนเองจะตั้งใจทำให้เต็มที่ เพื่อทำให้เวียงจันทน์ ยูไนเต็ด รวมไปถึงวงการบานเตะ (ฟุตบอล) ลาว ให้เป็นที่รู้จักค่ะ

 

 

 

จิ้นส้ม : มีอีกประเด็นหนึ่งที่ผมสนใจมานาน คือการที่วงการฟุตบอลอาชีพของไทย ได้รับความสนใจกับผู้คนมากมาย เป็นเวลาร่วม 10 ปีแล้ว คุณโบช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยว่าคนลาวมองวงการฟุตบอลไทยเป็นอย่างไร?

 

คุณโบ : ฟีเวอร์มากเลยค่ะ คือคนลาวให้ความสนใจไทยลีกไม่น้อยไปกว่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษเลย ตามท้องถนนหรือห้างร้าน ก็จะมีผู้คนใส่เสื้อทีมสโมสรในไทยมากมาย ลองมาที่นครหลวง (เวียงจันทน์) สักครั้ง เดินแถวๆสถานีรถตลาดเช้าก็ได้ จะเห็นผู้คนใส่เสื้อเมืองทองฯ บุรีรัมย์ฯ อุดรธานี เอฟซี เป็นเรื่องปกติ โบเคยจัดอีเวนต์นำนักเตะไทยมาเตะโชว์ หรือจัดนัดกระชับมิตรกับสโมสรในไทย ผลตอบรับเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม หลายๆคนถูกคนลาวเปรียบเหมือนซุปเปอร์สตาร์ อย่างชนาธิป, ธีรศิลป์, สารัช, นฤบดินทร์ ถือเป็นส่วนที่แสดงให้เห็นว่า วงการฟุตบอลไทยมีอิทธิพลต่อคนลาวมากเพียงใด ภาพที่ทุกคนเห็นการเชียร์ในสนามแข่งขันไทยลีก ก็อีกส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นเต้น แม้แต่ตัวโบเอง ที่เคยมีโอกาสชมฟุตบอลไทยลีก 1 ไปจนถึงลีกภูมิภาค ยังรู้สึกถึงความเหนียวแน่นของแฟนบอลแต่ละทีม ไม่ใช่แค่เชียร์สนุก แต่มันจะเป็นแบบนี้ไปทุกนัดค่ะ

 

 

 

 

จิ้นส้ม : และสำหรับบอลอาชีพในลาวล่ะครับ คุณโบคิดว่าตอนนี้เป็นอย่างไร?

 

คุณโบ : คือต้องยอมรับก่อนว่า บอลลาวยังถือว่าไม่หวือหวาเท่าที่ควร ด้วยปัญหาต่างๆมากมายที่เกิดขึ้น แต่ตลอด 4 ปีตั้งแต่ที่ล้านช้างฯ ที่โบเข้าไปมีส่วนในทีมนั้น โบรู้สึกเหมือนตนเองกำลังได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ซึ่งในจุดนี้ก็ต้องมีการพัฒนาในด้านต่างๆต่อไป โบเองก็อยากจะเห็นคนลาวแต่ละบ้าน แต่ละครอบครัว ออกมาเชียร์บานเตะที่สนาม มันคงจะเป็นภาพที่สวยงามมากๆสำหรับโบค่ะ (ยิ้ม)

 

 

จิ้นส้ม : สุดท้ายนี้ คุณโบอยากฝากอะไรถึงแฟนฟุตบอลไทย รวมไปถึงแฟนบานเตะ (ฟุตบอล) ลาวบ้างครับ?

 

คุณโบ : โบต้องขอขอบคุณฟุตบอล ที่ทำให้เรารู้จักกัน และทำให้โบมีวันนี้ เป็นที่รู้จักมากมาย ขอขอบคุณแรงสนับสนุนจากแฟนบอลลาว และแฟนๆในไทย ซึ่งโบจะตั้งใจทำงานและสร้างผลงานให้เป็นที่ชื่นชอบและเป็นประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลลาว และฟุตบอลอาเซียนค่ะ

 

 

เวลานี้ ขนมที่อยู่บนจาน บะหมี่ต้มยำหมูสับใส่ชีสของผมก็หมดลงไปพร้อมกับการสัมภาษณ์สตรีที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ สไตล์การแต่งตัวง่ายๆของเธอ พร้อมกับการสะพายกระเป๋าเป้ ทำให้ภาพความเป็น “มาดามโบ” ที่ผู้คนมากมายต่างเรียกขาน ที่อยู่ในความคิดของผมได้หายไปอย่างสิ้นเชิง ความที่เธอเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ง่ายๆ แต่พอถึงเวลาที่เธอต้องออกงาน หรือเวลาที่ใครขอถ่ายรูป เธอกลับกลายเป็นเจ้าหญิงของวงการฟุตบอลลาว และผมเชื่อว่าชื่อของ “โบ พิจิกา บุนกว้าง” จะเข้าไปอยู่ในใจของแฟนๆฟุตบอล ทั้งลาว และไทย

 

..โบเชื่อว่า ฟุตบอลสามารถเชื่อมความแตกต่างของคนมากมาย ให้รวมกันได้ เหมือนแฟนบอลมากมายให้ความสนใจในตัวโบ “เพราะเราเข้าใจในภาษาเดียวกัน ภาษาฟุตบอล”

 

ขอบใจ smiley


เขียนโดย จิ้นส้ม (แปลว่าแหนม)

ขอขอบคุณสถานที่ #จุด3จุด สาขา ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต

 

 

Top news

ไม่ใช่จักรพันธ์! แข้งเทพปล่อยยืม เออร์เนสโต้-วิศรุต แลก วันชัย
OFFICIAL : โค้ชป๊อปเผยบั้งไฟพิฆาตปล่อยแล้ว 2 เน้นเสริมแข้งท้องถิ่นทดแทน
OFFICIAL : สองตัวเก่งอาชาผยองวางเป้าขึ้นชั้น T3 อ้อนศิษย์ ม.นอร์ทฯ ช่วยเป็นกำลังใจ
สวาทแคทปิดดีลต่างชาติรายแรก คว้า อัสซัมป์เซา
ศิวะเมต ลาเดฟโฟ่ ขึ้นล่าตั๋ว T2 กับแพร่