article1
บทความ
บทความ > ThaiLeague

วิเคราะห์ความน่าจะเป็นไทยลีก 4 ครึ่งทางฤดูกาล 2018
Update : 06/06/2018 23:24:38 น.
By : No.17
ผ่านครึ่งทางของฤดูกาล 2018 อย่างเป็นทางการสำหรับฟุตบอลลีกไทย ประจำฤดูกาล 2018

 

โดยระหว่างเดือนมิถุนายนนี้จะเป็นห้วงปรับจูนข้อบกพร่องของแต่ละทีมเพื่อลุ้นทำอันดับสู่เป้าหมายต่อไป ซึ่งระหว่างเบรกครึ่งทางอย่างนี้ สื่อ SPSTH ถือโอกาสมาอัพเดทสถานการณ์ลีกล่างบ้านเราในศึกไทยลีก 4 ซึ่งบางสโมสรฯ ทำผลงานได้น่าประทับใจ แต่บางสโมสรฯ ก็ผลงานย่ำแย่ชวนให้ส่ายหัว เราไปประเมินสถานการณ์พร้อมกันว่าความน่าจะเป็นในครึ่งทางที่เหลือจะเป็นอย่างไรกันเลย

 

แต่ก่อนจะเข้าเรื่องเราไปทำความเข้าใจกับโควตาในปี 2018 กันก่อนว่า รอบ ชปล. เข้าหาทีมตัวแทนในแต่ละโซนอย่างไรบ้าง (ตามผังด้านล่าง)

 

โซนกรุงเทพปริมณฑล (โควตา ชปล. = 1.75 ทีม)

1.             ม.นอร์ทกรุงเทพ 31 แต้ม

2.             ม.ปทุมธานี 21 แต้ม

3.             ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด บี / บีจีซี เอฟซี 20 แต้ม

 

ป้องกันแชมป์โซน กทม. ค่อนข้างแบเบอร์ แต่ทว่าจะดีพอเลื่อนชั้นได้ไหมยังเป็นคำถามที่รอคำตอบ

“อาชาผยอง” แชมป์เก่าโซน กทม. ปีที่ผ่านมา ปีนี้ยังรักษาผลงานได้ตามมาตรฐานกอปรกับคู่แข่งดูจะอ่อนชั้นลงไปแทบทั้งหมด จนไม่น่าแปลกใจที่แต้มออกมาค่อนข้างห่างในเลกแรก เรื่อง ชปล. คงไม่น่าหนักใจกับพวกเขา เพราะจากสถิติพวกเขาสมดุลและดีที่สุดทั้งรุก (25 ประตู) และรับ (8 ประตู) โดยภาพรวมผลงานพวกเขาเองก็เพิ่งสะดุดเพียงแมตช์เดียวเท่านั้น (เยือน บีจีซี 2-2)

ด้านผู้ตาม ขอมองไปที่ บีจีซี ทีมน้องของ บีจี เอฟซี ที่มีความพร้อมทุกด้านทั้งด้านทรัพยากร และเงินทุน แถมยังมีเกมเหย้าในมืออีกถึง 7 แมตช์ในเลก 2 มั่นใจว่า “เดอะโกท” จะแซงเข้าที่ 2 ได้แน่ ส่วนที่ 3 ที่ต้องไปเพลย์ออฟ 2 ตลบนั้นขอละไว้ก่อนเพราะโอกาสยังมองว่าเปิดกว้าง อันดับ 4-9 แต้มก็ไม่ได้ห่างมากมายเท่าไหร่นัก แต่คงไม่พ้น 3 ทีมอย่าง ม.ปทุมธานี, เกร็กคู สายไหม และโคปูน วอริเออร์

ส่วนสถานการณ์ในโซนตกชั้น ที่ต้องมีสักสโมสรฯ ต้องร่วงลงไป สมุทรปราการ จมบ๊วยปัญหาบริหารจัดการที่ผิดพลาดส่งผลร้ายจากทีมเต็งเลื่อน กลายเป็นทีมเต็งตกในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตามโอกาสรอดใช่ว่าไม่มีเมื่อ แอร์ฟอร์ซ โรบินสัน (น้องใหม่) และ ม.รังสิต ยังคงทำแต้มรออย่างใจเย็น คงต้องรอดูการออกหมัดในช่วงตลาดนักเตะ ดูๆ แล้วยังมั่นใจว่า “ป้อมปราการ” จะดีขึ้นในเลก 2 แต่จะดีพอรอดได้ไหม ก็ต้องถามทีมอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

 

โซนตะวันออก (โควตา ชปล. = 2.5 ทีม)

1.             บ้านค่าย ยูไนเต็ด 23 แต้ม

2.             จันทบุรี เอฟซี 22 แต้ม

3.             ปลวกแดง ระยอง ยูไนเต็ด 21 แต้ม

 

อีสาน ดีบีชฯ เพิ่งขึ้นชั้นมา แม้ทำผลงานได้ดีพอตัว แต่หากยังไม่เร่งฟอร์มก็ไม่แน่ว่าปีหน้าอาจต้องไปเริ่มต้นกับ อเมเจอร์ลีก อีกครั้ง

ถือว่าเป็นโซนที่มีความคู่คี่สูสีเป็นอย่างมาก แถมตัวแปรอย่างทีม บี ยังมีศักยภาพที่พร้อมตัดแต้มทุกทีมได้หมด ทำให้แทบในทุกสัปดาห์จะมีการสลับสับเปลี่ยนอันดับอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามด้วยเม็ดเงินที่หนากว่าชาวบ้านของ บ้านค่าย ยูไนเต็ด บวกกับนโยบายที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มจะส่งพวกเขาคว้ายอดปรารถนาในการไปรอบ ชปล. ได้แน่

ส่วนที่ 2 ที่ได้เข้ารอบ ชปล. อัตโนมัติทีมสุดท้าย คงไม่แคล้ว จันทบุรี เอฟซี และ ปลวกแดง ระยอง ที่ต้องแย่งกัน ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็น “กระทิงป่า” ที่ดูจะเอาตัวรอดเกมเยือนได้ดีกว่าชัดเจนซิวที่ 2 ไปครองแบบเฉือนหวิว

ด้านโซนตกชั้น สายมิตร กบินทร์ รั้งท้าย และ อีสาน ดีบีชฯ (น้องใหม่) มีแต้มนำอยู่เล็กน้อย แต่หากมองไปที่การทำประตูเป็นสำคัญ อาการของทีมน้องใหม่น่ากังวลกว่าเล็กน้อย เมื่อยิงได้เพียง 9 ประตูเท่านั้น สวนทางกับ “หนุมานชาญสมร” ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะยิงได้มากถึง 17 ประตูมากที่สุดเป็นลำดับ 2 รองจาก ชลบุรี เอฟซี บี แม้มาคู่กับการโดนยิงเยอะด้วย แต่ดูๆ แววแล้วขอมองว่าสุดท้าย 1 เดียวจากปราจีนฯ ยังน่าจะเอาตัวรอดไปได้

 

โซนใต้ (โควตา ชปล. = 1.75 ทีม)

1.             คาเด็นซ่า สตูล ยูไนเต็ด 27 แต้ม

2.             ปัตตานี เอฟซี 20 แต้ม

3.             กระบี่ เอฟซี บี 18 แต้ม

 

มาฆะ หอประสาทสุข เข้ามาสานต่อความเป็นที่หนึ่งในลีกล่างแดนใต้ของ คาเด็นซ่า สตูล ยูไนเต็ด

โซนนี้ไม่เผ็ด! เพราะไม่มีพลิก แฮร่...นั่นเพราะอันดับ 1 เป็นเรื่องจำเจของทีมอย่าง คาเด็นซ่า สตูล ที่รอนับวันเวลาคว้าแชมป์โซนอีกปีเท่านั้น ด้วยมาตรฐาน และความต่อเนื่อง คุณภาพในเกมไม่ใช่เรื่องน่าวิตก สถิติชนะ 8 เสมอ 3 ยิงได้ 31 และเสียแค่ 10 พอบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว และกล้าฟันธงเลยว่า “หมอผี” จะเข้าวินอีกตามเคย

ด้านโควตาเพลย์ออฟ 2 ที่นั่ง ปัตตานี เอฟซี มีแต้มนำหน้า หาดใหญ่ เอฟซี 5 แต้ม แถมยังกุมความได้เปรียบเกมเหย้าที่จะพบกันในเลก 3 ไว้อีก ก็เชื่อขนมกินได้ว่า “ปืนใหญ่ลังกาสุกะ” จะซิวที่ 2 ได้ตามคาดหมาย ด้านที่ 3 คงไม่พ้นหาดใหญ่ เอฟซี หากไม่หลุดจากมาตรฐานในครึ่งฤดูกาลแรกไปเสียก่อน

ด้านโซนตกชั้น ลุ้นมันส์กว่าในกลุ่ม ชปล. เพราะไล่จากที่ 5 เป็นต้นไปมีความเป็นไปได้หมด (ที่ 5 ชุมพร เอฟซี มี 11 แต้ม /ที่ 6 หาดใหญ่ ซิตี้ มี 9 แต้ม / ที่ 7 พัทลุง เอฟซี มี 8 แต้ม / ที่ 8 สุราษฎร์ธานี ซิตี้ มี 7 แต้ม) ผลการพบกันเองของทีมในกลุ่มนี้มีความหมายต่อการขยับอันดับขึ้นลงทั้งหมด ซึ่งดูยากมากๆ ว่าสุดท้ายสโมสรฯได้ต้องน้ำตาตกร่วงตกชั้นไปในที่สุด แต่หากให้ชี้ชัดจริงๆ คงไม่พ้น 2 ทีมจากท้ายในเวลานี้ที่นอกจากฟอร์มในสนามยังแย่แล้ว สถานการณ์นอกสนามก็อึมครึมไม่แพ้กัน

 

โซนตะวันตก (โควตา ชปล. = 2.5 ทีม)

1.             นครปฐม ยูไนเต็ด 39 แต้ม

2.             สมุทรสงคราม เอฟซี 20 แต้ม

3.             สพล.สมุทรสาคร ยูไนเต็ด 19 แต้ม

 

"เสี่ยโหน่ง" ภาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ปธ.นครปฐม ยูไนเต็ด ยิ้มกว้างๆ กับผลงานที่ออกมาดีเลิศ สมราคาเต็งจ๋าที่จะเลื่อนชั้นขึ้น T3

ทีมนำไม่มีเรื่องต้องกังวลแต่อย่างใด และคาดว่า “เสือป่าราชา” จะยิงยาวเข้าป้ายที่ 1 อย่างไร้ข้อสงสัยใดๆ เพียงแต่ว่าบนเส้นทางสู่แชมป์พวกเขาจะขีดเขียนสถิติอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น ด้วยผลงานชนิดไร้เทียมทาน ชนะรวด 13 นัด ยิง 37 และเสียแค่ 4 ประตูดีที่สุดในลีกล่างแล้ว

ส่วนตั๋ว ชปล. ที่เหลือ บอกเลยว่าต้องลุ้นกันหนัก เมื่อไล่แต้มจากที่ 2 สมุทรสงคราม เอฟซี ไปจนถึงที่ 6 อย่าง ลูกอีสาน มีช่องว่างของคะแนนเพียง 4 นั่นเท่ากับว่าผลแพ้-ชนะ อาจพลิกชะตาของคู่แข่งขันได้เลยทีเดียว ฉะนั้นอีกปัจจัยสำคัญนั่นคือการเสริมทัพในตลาดรอบ 2 ว่าสโมสรฯ ใดจะกล้าลงทุนกว่ากัน สุดท้ายแล้วยังขอปักใจเชื่อว่า 1 ถึง 3 ของโซนนี้ยังคงเป็นตำแหน่งเดิมทั้งหมด

ด้านโซนตกชั้น หากตัดทีม บี ไปแล้ว สถานการณ์ของ นนทบุรี เอฟซี ล่อแหลมเหลือเกิน แม้อาจไม่ได้ห่างจาก อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด เท่าไหร่นัก ทว่าวัดกันที่ศักยภาพแถมยังเสียเปรียบเรื่องเกมเหย้าในเลก 3 กับคู่แข่งโดยตรงอีก บอกตามตรงว่าปีนี้อาจเป็นปีที่ย่ำแย่ของสาวก “อีกานนท์” ก็เป็นได้

 

โซนตะวันออกเฉียงเหนือ (โควตา ชปล. = 2.25 ทีม)

1.             เมืองเลย ยูไนเต็ด 28 แต้ม

2.             สุรินทร์ ซิตี้ 25 แต้ม

3.             มาแชร์ ชัยภูมิ 24 แต้ม

 

เมืองเลย ยูไนเต็ด เสริมแกร่งพร้อมลุ้นแชมป์โซน และเลื่อนชั้นในปีนี้

โซนอีสานถือเป็นอีกโซนที่เข้มข้น และศักยภาพแต่ละทีมไม่ได้ห่างชั้นมากมายเท่าไหร่นัก ทีมนำจ่าฝูงในครึ่งทางฤดูกาลเป็นไปตามที่คาดเมื่อ เมืองเลย ยูไนเต็ด ที่เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ทำได้ตามมาตรฐาน แม้อาจมีฝืดๆ บ้างยามเล่นเกมเยือน แต่ก็เพียงพอต่อการยืนเป็นผู้นำในเวลานี้ แม้ช่วงพักครั้งอาจมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน แต่คาดว่าไม่กระทบ และเชื่อว่าก่อนปิดตลาด “นักรบเซไล” คงงัดอาวุธใหม่ออกมาโชว์คู่แข่งให้หนาวๆ ร้อนๆ กันบ้าง ซึ่งหากพวกเขายังเล่นได้ตามมาตรฐาน ที่ 1 ก็คงไม่น่าหนีไปไหน

อันดับที่ 2 ความเป็นไปได้มีหลายช่องทาง ยิ่งเมื่อความเปลี่ยนแปลงของสุรินทร์ ซิตี้ ดูจะบอกเป็นนัยว่าอาจปล่อยมือจากแคนดิเดต เช่นกันกับ ยโสธร เอฟซี ที่ฟอร์มดีแต่ชัดเจนว่าเป้าหลักคือประคองตัวในกลุ่มนำ นั่นเท่ากับว่า ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่มีเงินเต็มหน้าตัก บวกกับการเสริมทัพที่พอสมควรดูจะมีภาษีขึ้นมา เช่นกันกับ มาแชร์ ชัยภูมิ ที่ยังคงมีนโยบายที่ชัดเจนในการไปรอบต่อไป และเรื่องของที่ 2 และ 3 อาจจะไม่พ้น 2 สโมสรนี้

มาว่ากันในโซนท้ายตาราง หากตัดทีมบี นครราชสีมา ห้วยแถลง อาการแย่สุด แต่ช่องว่างก็ไม่ได้ห่างนัก เพราะหากมองไปที่อันดับ 8 อย่าง สกลนครฯ ก็ห่างเพียง 4 แต้มเท่านั้น นั่นเท่ากับว่า สกลนครฯ , เลย ซิตี้, สุรินทร์ซูก้า, ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด และห้วยแถลงฯ จะมี 1 สโมสรฯ ที่ได้สิทธิ์นั้นไป เมื่อวัดผลโดยเอาปัจจัยการบริหารจัดการมาร่วมพิจารณา ก็ขอมองว่า เลย ซิตี้ สุ่มเสี่ยงที่สุด

 

โซนเหนือ (โควตา ชปล. = 1.5 ทีม)

1.             อุตรดิตถ์ เอฟซี 21 แต้ม

2.             นครแม่สอด ยูไนเต็ด 17 แต้ม

 

"โค้ชตั้ม" สรายุทธ ไวเชิงค้า กุนซือนครแม่สอด ยูไนเต็ด หวังพาทีมน้องใหม่สร้างปรากฎการณ์ตั้งแต่ปีแรก

โซนนี้แกร่งสุด พร้อมสุด คงต้องยกให้ทัพ “ดาบหักพิฆาต” แถมพวกเขายังลงตลาดเสริมความแกร่งยิ่งขึ้นอีก ชัดเจนว่าตำแหน่งแชมป์โซน มีความเป็นไปได้สูงมาก เมื่อเทียบกับที่ 2 อย่างนครแม่สอด ทั้งสองทีมเหนี่ยวแน่นแพ้ยากเหมือนกัน แต่ต่างกันเรื่องการทำประตู และนั่นคือตัววัดผลแชมป์โซนนี้แน่

ส่วนโควตา 0.5 ที่เหลือ ต้องยอมรับว่ายังตัดสินได้ลำบาก “ราชันตะวันตก” มาดีแล้วครึ่งทาง แต่ด้วยการที่ทีมปล่อยตัวหลักออกไปพอควร และการเสริมตัวที่ทำได้อย่างจำกัดอาจส่งผลต่อฟอร์มในสนามได้ เช่นกันกับ น่าน เอฟซี ความผันผวนในการบริหารจัดการยังไม่แน่ชัด และแว่วๆ ว่าจะลดขนาดทีม ความไม่สมบูรณ์ของทั้งสองคือคำถาม เมื่อนำปัจจัยของคู่นี้ในเลก 3 เป็นตัวประกอบ ก็ขอฟันธงเลยว่า นครแม่สอด ยูไนเต็ด จะได้ตั๋วไปเพลย์ออฟ

ด้านโซนตกชั้นไม่นับทีม บี สิงห์บุรี มี 10 แต้มเท่า พิษณุโลก โดยมี นครสวรรค์ รออยู่ไม่ไกลที่ 13 แต้ม ดูๆ แล้วทีมใหญ่อย่าง “ขุนพลนเรศวร” เอาตัวรอดได้แน่ในครึ่งทางที่เหลือ นั่นเท่ากับว่าเหลืออีกแค่ 2 ซึ่งมองว่าเด็กๆ “สิงโตแดง” ดูจะไปได้ดีกว่าเล็กน้อย หาก “นักรบบางระจัน” ไม่เสริมก็อาจต้องลุ้นหนีตกชั้นเหนื่อยหน่อย

 

และนี่คือบทวิเคราะห์ โดยนำสถิติ และความเป็นไปที่เกิดขึ้นมาแจกแจงเป็นหลัก อย่างไรก็ดียังเหลือเส้นทางอีกครึ่งที่ทุกทีมต้องเค้นฟอร์มออกมาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายกันต่อไป...

Top news

OFFICIAL : ผู้การกล้าเชื่อเรือรบฯ มีเอี่ยวไป ชปล.
หมอผี คว้า เมสซี่เบส เสริมทัพรายที่ 6
[OFFICIAL] เจ้าเบนซ์ ดีใจเบิกสกอร์แรก รับสุดเสียดายทีมชวดชัย
เมสซี่ลาวหวนค้าแข้งลีกไทยซบกูปรีอันตรายสู้ T2
เชียงใหม่ ระดมอัดฉีด 5 แสน ล้มตราดในบ้านเท่านั้น