article1
บทความ
บทความ > ThaiLeague

มหาลัยไม่มีสอน! ม.นอร์ทฯ ขอประกาศศักดาเวทีลูกหนังอาชีพ
Update : 25/07/2018 13:02:38 น.
By : No.17
หนึ่งในทีมที่น่าจับตาในลีกล่าง พ.ศ. นี้ อะไรคือกลไกที่ส่งทีมฟุตบอลจากรั้วมหาลัยให้โดดเด่นเหนือใครในเวทีลูกหนังอาชีพโซน กทม.

 

คงไม่มีอุบัติเหตุใดๆ มาพรากตำแหน่งแชมป์ไทยลีก 4 โซนกรุงเทพปริมณฑล ไปจากทัพ “อาชาผยอง” ม.นอร์ทกรุงเทพ ไปได้นับถึงปัจจุบัน (กำลังปั่นต้นฉบับ) พวกเขาขอแค่ 1 แต้มจาก 5 นัดที่เหลืออยู่เพื่อการันตีแชมป์โดยไม่ต้องสนใจปัจจัยอื่นใด อะไรคือปัจจัยให้ เเชมป์ระบบน็อคเอาท์ การแข่งขัน ''ช้าง ยู-แชมเปี้ยน คัพ 2017'' และว่าที่แชมป์ 2 สมัยไทยลีก 4 โซนกรุงเทพ  สามารถรักษามาตรฐานการเล่นในระดับสูงไว้ได้ต่อเนื่อง  บทความฉบับนี้จะนำพาท่านไปทำความรู้จักสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพกีฬาฟุตบอลยอดเยี่ยมพวกเขาเป็นเต็งลำดับต้นๆ กับเป้าหมายในปีนี้ของพวกเขาที่หวังจะไปให้ไกลกว่าเดิม  

 

จุดเด่นของฟุตบอลอาชีพในแบบทีมมหาลัยคือในทุกปี จะมีทรัพยากรนักกีฬาหน้าใหม่ๆ เข้าสู่ทีมแบบไม่ขาดสาย หากได้รับการสนับสนุนที่ดี มีเวทีให้เล่นสม่ำเสมอ อย่างเช่นที่ ม.นอร์ทกรุงเทพ ที่คัดเลือกเด็กที่มีทักษะฟุตบอลที่ดีเข้าสู่ระบบทุนกีฬาฟุตบอล 100% ประมาณ ปีละ 20 คน ก่อนนำมาปลุกปั้นโดยส่งแข่งขันในหลากหลายรายการ อาทิ ลีกอาชีพ, ฟุตบอลไพรมินิสเตอร์, ฟุตบอลอุดมศึกษา ฯลฯ โดยปัจจุบันมีเด็กในโครงการทุนฟุตบอลรวมกว่า 50 ชีวิต

 

ม.นอร์ทกรุงเทพ มีนโยบายในการบ่มเพาะเด็กจากรุ่นสู่รุ่น โดยเน้นเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงศักยภาพ โดยกำหนดเวลาไว้ราว 3 ปีเพื่อเพาะให้บรรดาเด็กเหล่านี้เติบโตขึ้นสู่เวทีที่ใหญ่กว่าเดิม และนั่นทำให้ทีมมีความต่อเนื่อง และเป็นข้อได้เปรียบเล็กๆ โดยเฉพาะกับหลายๆ ทีมในลีกล่างที่ล้วนแล้วแต่นิยมสร้างทีมใหม่ในทุกปี

 

โดย “โค้ชแบงค์” ดำรงศักดิ์ บุญม่วง กุนซือร่างท้วมมากฝีมือผู้รับหน้าที่รั้งบังเหียนคุม “อาชาผยอง” เป็นปีที่ 3 กล่าวถึงหัวใจหลักสำคัญของการทำทีมฟุตบอลมหาลัยของ ม.นอร์ทกรุงเทพ ว่า “เราพูดในเรื่องนักฟุตบอลที่มาคัด เราบอกเสมอว่าถ้าอยากมีรายได้ดีให้ไปที่อื่น แต่ถ้าอยากมีโอกาส อยากเล่นอาชีพให้มาที่เรา เพราะที่นี่ใช้แค่ศักยภาพเป็นตัววัด ถ้าคุณดีกว่า เป็นไปไม่ได้ว่าคุณจะไม่ได้เล่น ถ้าคุณมั่นใจก็มาได้เลย ที่นี่คุณได้ทั้งเรียนจนจบปริญญาตรี มีรายได้ และได้เล่นฟุตบอลอาชีพ โดยที่ไม่ต้องมาหาทีมใหม่ทุกปี ฉะนั้นเราเป็นทีมฟุตบอลที่น่าสนใจเช่นกัน แน่นอนหากเด็กคนไหนมีศักยภาพ มีทีมใหญ่ให้ความสนใจ เราก็ยินดี และไม่คิดรั้งอนาคตเด็กไว้อยู่แล้ว”

 

นั่นจึงไม่น่าแปลกใจเลยกับผลงาน ความต่อเนื่องของทัพ “อาชาผยอง” ที่บ่มเพาะทรัพยากรลูกหนังได้อย่างยอดเยี่ยมจนผลงานฟุตอบลในทุกเวทีออกมาประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยเฉพาะในเวทีลีกอาชีพ ที่ปีนี้ดูเหมือนว่าในโซน กรุงเทพฯ จะไม่มีคู่ต่อกรที่เหมาะสมแต่อย่างใด เมื่ออริตัวเอ้จากปีก่อนอย่าง สมุทรปราการเอฟซี มีการเปลี่ยนทีมจนเละ ปัจจุบันต้องไปลุ้นหนีตาย ส่วนมาตรฐานของบรรดาทีมสำรองอื่นๆ ก็ดูไม่เป็นที่น่ากังวลใจนัก

 

แม้แต้มจะค่อนข้างห่างจากที่ 2 พอควร แต่กุนซือ ม.นอร์ทกรุงเทพ ยังมองว่าการแข่งขันในปีนี้ยังคงเข้มข้น แต่จุดแตกต่างที่ทำให้ทีมดีกว่าคู่แข่งนั่นคือจังหวะชี้เป็นชี้ตายที่ทีมมีตัวยิงอย่าง เจา ฟรานซิสโก ที่ยิงไปแล้ว 13 ประตูนำดาวซัลโวโซนอยู่ ณ ขณะนี้ว่า “ปีนี้เรามีจุดที่แตกต่างจากทีมคู่แข่งร่วมโซนในเรื่องการจบสกอร์ มันส่งผลให้เกมที่จะออกมาเสมอถึง 4-5 แมตช์กลับเป็นเราที่คว้า 3 แต้มได้สำเร็จ”

 

กุนซือฝีมือดีวัยแค่ 34 ปียังกล่าวถึงที่มาที่ไปของศูนย์หน้าต่างชาติที่เข้ามาสร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้ายด้วยว่า “รุ่นพี่ที่ ม.นอร์ทฯ ส่ง เจา ฟรานซิสโก มาพักตัวไว้กับทีม 1 ฤดูกาล เพื่อที่จะต่อยอดกับสโมสรในไทยลีกในอนาคต คือตัวนักเตะก็มีการดีลกับสโมสรในไทยลีกแล้ว แต่ดีลล่มไป บวกกับตลาดใกล้ปิด ทำให้เราได้ตัวเขามาร่วมทีมแบบมีโชคนิดๆ ซึ่งด้วยศักยภาพฝีเท้าเขามันดีเกินกว่าในไทยลีก 4 อยู่แล้ว”

 

“แต่ก็ต้องชื่นชมวินัย ความมุ่งมั่นเด็กๆ ด้วย คือทุกคนมีเป้าหมายเกินกว่าแชมป์โซน กทม. เราต้องการไป ชปล. และเลื่อนชั้น ฉะนั้นทำให้ในแต่ละแมตช์ที่เราลงแข่งขัน มันมีเพียงโจทย์เดียวคือต้องชนะ ตรงนี้มันทำให้เกิดความเข้มข้นในการเล่น ในการแข่งขันในทีม มันแตกต่างจากปีก่อนที่เรามองแค่แชมป์โซน ปีนี้เรามองไกลกว่านั้นมันทำให้ทุกคนตื่นตัว และมุ่งมั่นมากเป็นพิเศษ”

 

ทั้งนี้ในช่วงเลก 2 ทัพ “อาชาผยอง” มีการปรับขุมกำลังพอควร เพื่อเตรียมความพร้อมเนิ่นๆ ในการไปไล่ล่าตั๋วเลื่อนชั้นในรอบ ชปล. ต่อไป  “เรามีการเสริมประตู 1 ตำแหน่ง (ณัฐพงษ์ ขจรมาลี) กองหน้า 1 ตำแหน่ง (มารันเยา, หลุยส์ คาลอส ดอส ซานโต๊ส มาร์ตินส์)  ในเลก 2 ส่วนที่เหลือเรามีการสลับสับเปลี่ยนตัวในมหาลัยฯ เพื่อให้สอดคล้อง และเตรียมความพร้อมกับระเบียบสมาคม ในปีหน้าที่จะมีการเพิ่มในโควตา U21, U23”

 

“เราให้ความสำคัญกับเกมรับเป็นพิเศษ เพราะเราเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพในเกมรุกเราเข้าทำได้แน่ ทำให้ระหว่างการฝึกซ้อมเรามีการเน้นหลังบ้านเราเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการยืนตำแหน่ง, เพลสซิ่ง, แมนมาร์ค ฯลฯ พยายามทำให้มันเกิดการพัฒนา เพราะเราเชื่อมั่นว่าเกมรับดีจะช่วยให้เรามีโอกาสชนะสูงขึ้น”

 

ค่อนข้างแน่ชัดว่าในรอบ ชปล. ปี 2018 นี้พวกเขามีงานหนักรออยู่แน่ เมื่อระบบการแข่งขันจะมีการปรับมาใช้รูปแบบมินิลีก อีกครั้ง โดยทีมจากโซน กทม. (1.75 ทีม) จะต้องพบกับคู่แข่งโซนใต้ (1.75 ทีม) และโซนตะวันตก (2.5 ทีม) นั่นทำให้พวกเขาจะต้องชนต่ออย่าง คาเด็นซ่า สตูล ยูไนเต็ด และนครปฐม ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นกระดูกชิ้นโตที่ไม่ง่ายเลยที่พวกเขาจะผ่านได้

 

ในเรื่องนี้ “โค้ชแบงค์” กล่าวว่า “เรามองว่าเราเป็นรองทุกทีม ซึ่งการที่โซนกทม. จะต้องไปเจอกับทีมในโซนต่างจังหวัด ความเขี้ยว คือตัวแปรสำคัญ ส่วนระบบการแข่งขันที่เป็นมินิลีกในปีนี้ มองว่ามันทำให้มีโอกาสแก้ตัว ตรงนี้มันทำให้ทุกทีมมีโอกาส เท่าที่ติดตามคร่าวๆ เขามีศักยภาพ งบประมาณที่ดี และเหนือกว่าเรา แต่ทั้งนี้หากต้องเจอกันจริงๆ เราก็พร้อมสู้ในแบบของเรา และจะพยายามทำให้ดีที่สุดอยู่แล้ว”

 

ภารกิจในขั่นแรกของ ม.นอร์ทกรุงเทพ ลุล่วงแล้ว แต่ดูเหมือนภารกิจที่รออยู่นั้นไม่ได้ง่ายเลย “อาชาผยอง” ที่ยืนอยู่ด้วยระบบ และแนวทางทำทีมอย่างเป็นรูปแบบขั่นตอนจะแก้ตัวในรอบ ชปล. ปี 2 ต่อเนื่องได้ดีแค่ไหน อีกไม่นานเกินรอเราๆ จะได้ทราบกัน

Top news

จงอาง 11 ตุง, กบินทร์รอด, ตาโขนร่วง สรุปผล T4
แพร่ทิ้งทวนเกมเหย้าแค่เจ๊า, โซนล่างลุ้นจนนัดท้าย สรุปผล T3
OFFICIAL : โค้ชรงค์หวัง ม.ปทุมฯ แซงเข้าป้ายเพลย์ออฟ ชปล.
ช้างศึกพ่ายอุซเบฯ 0-1 ลุ้นเข้ารอบอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
OFFICIAL : บอสเอกพอใจเซไลคืนฟอร์มทันเวลา