article1
บทความ
บทความ > ThaiLeague

ละเลงชีวิต: ชัยรัตน์ เกษราธิคุณ จอมหนึบผู้กล้าฝัน
Update : 26/09/2018 22:23:24 น.
By : No.17
เมื่อโอกาสมาอยู่ตรงหน้า...คุณจะเลือกจะคว้ามันไว้ หรือเลือกปล่อยมันไป เชื่อว่าทุกคนเคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้กันมาในชีวิต เช่นกันกับเรื่องราวของผู้รักษาประตูวัย 26 ปีคนนี้

 

นี่คือเรื่องราวของ “น็อต” ชัยรัตน์ เกษราธิคุณ ที่เริ่มต้นด้วยแรงบันดาลใจที่เฝ้ามองคุณพ่อเตะฟุตบอลระดับท้องถิ่นในจังหวัดจันทบุรี พัฒนาเป็นความชื่นชอบ และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มเล่นฟุตบอลโดยมีพ่อแท้ๆ เป็นครูคนแรก ในวัยแค่ 7-8 ขวบเขาเริ่มต้นจากตำแหน่งศูนย์หน้า แต่ด้วยความบังเอิญ บวกกับรูปร่างที่ใหญ่กว่าเด็กร่วมรุ่นทำให้ผันสู่ตำแหน่งผู้รักษาประตูในเวลาต่อมา

 

เข้าศึกษาต่อในระดับมัธยม กับโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ในฐานะนักกีฬาทุน โดยติดสอยห้อยตาม “โค้ชเก่ง” ไพรัช ชุมพล ที่ย้ายไปทำทีมโรงเรียนกีฬา จ.ชลบุรี ในรุ่นราวคราวเดียวกับ อธิบดี เอติรัตน์

 

จากจุดเริ่มต้นจากความชอบที่ถูกปลูกฝังโดยผู้เป็นพ่อ ค่อยๆ ขยับไปสู่ทิศทางนักฟุตบอลอาชีพ เมื่อติดทีมชาติรุ่น 14 ปี (ไปแข่งขันที่ มาเลเซีย รุ่นราวคราวเดียวกับ สารัช อยู่เย็น, อาทิตย์ ดาวสว่าง) ได้มีโอกาสเล่นฟุตบอลไนกี้ และจากนั้นมีโอกาสเข้าเก็บตัวทีมชาติไทยรุ่น 16 ปี

 

ช่วงมัธยมปลาย ย้ายตาม “โค้ชเก่ง” มาที่โรงเรียนชลราษฎรอำรุง และในช่วงชั้น ม.5 โอกาสในการเล่นอาชีพก็เริ่มขึ้นจนได้ เมื่อได้เล่นกับ สโมสรการบินไทย บ้านบึง (ดิวิชั่น 1) เมื่อปี 2009 แม้โอกาสในปีแรกจะรับบทบาทสำรองเท่านั้น แต่นั่นก็เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของเด็กหนุ่ม

 

เรียนต่อมหาวิทยาลัยธนบุรี ที่ทำพันธมิตรร่วมกับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ส่งทีมลุยดิวิชั่น 2 ในชื่อ ธนบุรี บีจี ยูไนเต็ด ในปี 2013 และก็เป็นโอกาสของผู้รักษาประตูหนุ่มที่ได้เฝ้าเสาอย่างต่อเนื่อง ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในระดับสโมสรฯ และให้หลังจากนั้น 2 ปี เขาคือหนึ่งในเบื้องหลังสำคัญที่พา ธนบุรี ซิตี้ ก้าวไปสู่รอบ ชปล.ในปี 2015

 

จากฟอร์มที่เซฟเป็นพัลวัน ก็ได้ยินไกลไปเข้าหูหลายสโมสรชั้นนำ ในจำนวนนั้นก็มี การท่าเรือ เอฟซี (พันธมิตร ธนบุรี ซิตี้) รวมอยู่ด้วย แน่นอนเมื่อข้อเสนอจากทีมระดับตำนานของวงการลูกหนังไทยมาเคาะเรียกหาถึงหน้าบ้าน เขาไม่รอช้าคว้าโอกาสไว้ทันที โดยเซ็นสัญญาพร้อมๆ กับเพื่อนนักเตะ วงศกร ถ้วยทอง, วุฒิชัย โวหารคล่อง แม้รู้ว่าดีลนี้จะออกในเชิงการตลาด และยากมากเหลือเกินในการก้าวไปเป็นมือ 1 ในถิ่นคลองเตย

 

เป็น จันทบุรี เอฟซี ทีมในระดับไทยลีก 4 ติดต่อขอยืมตัวเข้ามาทันที และ “น็อต” ใช้เวลาไตร่ตรองไม่นานนัก และตัดสินใจกลับมารับใช้บ้านเกิดเพื่อโอกาสลงเฝ้าเสาต่อเนื่อง ที่นี่เขากลับมาโชว์ผลงานได้ดี ลงเฝ้าเสาอย่างมีความสุข ท่ามกลางเพื่อนพี่น้อง และครอบครัว และสามารถพาทัพ “กระทิงป่า” สานต่อผลงานในลีกช่วง 2 ปีหลังได้น่าประทับใจไปรอบ ชปล. 2 ปี จาก 3 ปีที่ย้ายมาด้วยสัญญายืมตัว

 

สิ้นสุดปีนี้สัญญากับ การท่าเรือ เอฟซี จะหมดลง โอกาสลงเฝ้าเสาให้กับสโมสรระดับตำนานไทยลีกคงไม่มีอีกแล้ว แต่ “น็อต” ยืนยันว่าไม่เคยรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนั้น และยังมีความสุขเสมอเมื่อนึกถึง  

 

อย่างไรก็ตามชีวิตไม่สิ้น และยังดำเนินต่อไป เช่นกันกับความฝันของผู้รักษาประตูหนุ่มคนนี้ยังคงเดิม ว่าสักวันหนึ่งจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงในระดับไทยลีกให้ได้ ไม่แน่ว่าประตูของ “โอกาส” ของ “น็อต” ชัยรัตน์ เกษราธิคุณ อาจเปิดขึ้นอีกครั้งหลังรอบ ชปล. 2018 ใครจะรู้?

 

เรื่องของ ชัยรัตน์ สอนให้เรารู้ว่าบางครั้งสิ่งที่เราเลือกให้กับชีวิตเรานั้น มันไม่จำเป็นจะต้องไปแคร์ความรู้สึกใคร ว่าจะอย่างไร เพียงแค่ไม่เดือดร้อนใคร และมีความสุขกับมันก็เพียงพอ ส่วนเมื่อทำไปแล้วก็ต้องรับกับผลลัพธ์ที่ออกมาให้ได้ เรียนรู้ ไม่ย่อท้อ และสู้ต่อไป เชื่อว่าประตูของ โอกาสยังพร้อมที่จะเปิดต้อนรับเราๆ ท่านๆ อยู่เสมอ

 

เรียบเรียง: ตี๋บางพลี ภาพ : ตาตู่

Top news

อาร์มี่ ยูไนเต็ด เปิดคัดตัว 10 วัน เตรียมซีซั่น 2019
ช้างศึก 11 ราย ประเดิมซ้อมมื้อแรก รอ 16 รายสมทบ
โต๊ะเล็กช้างศึกอัดอุซเบฯ ซิวแชมป์ มูฮัมหมัดดาวซัลโว
ศุภณัฏฐ์ มีดี อิสสระ ยันจัดลงตัวจริงบู๊เกาหลีเหนือ
ปูลปิส สุดปลื้มหลังพาลูกทีมคว้าแชมป์ พีทีที ไทยแลนด์ ไฟว์ 2018