ณัฐกร พัฒนชัยกุล เผยเหตุผลเลือกย้ายรังเหย้าสู่ใจกลางเมือง มั่นใจปรับปรุงผ่านเกณฑ์คลับไลเซนซิ่ง พร้อมแย้ม อบจ.เลย พร้อมสนับสนุนงบเพิ่มไฟส่องสว่างในอนาคต

"นักรบเซไล" เมืองเลย ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่ในศึกไทยลีก 3 โซนบน ขยับเปลี่ยนสนามเหย้าจากเดิมใช้ที่สนามกีฬากลาง อ.วังสะพุง มาใช้ที่ เลยริเวอร์ไซด์ เป็นที่แน่นอนแล้ว

 

โดยล่าสุด บอร์ดบริหารสโมสร นำโดย ผจก.ทีม "นายกป๋อง" ทินกร เกษเกษร ได้สำรวจรังเหย้าใหม่ เพื่อปรับปรุง ให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในฤดูกาล 2020 โดยได้รับการอนุญาต และสนับสนุนจาก ธนาวุฒิ ธิมสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย

 

ในเรื่องนี้สื่อ SPSTH ได้สอบถามไปยัง "บอสเอก" ณัฐกร พัฒนชัยกุล ผอ.สโมสรฯ ถึงประเด็นดังกล่าวได้ความว่า "โจทย์เราคือต้องการให้แฟนบอลทุกคนสะดวกในการเดินทางมาชมเกม เพราะฟุตบอลเราลงทุนงบประมาณมากขึ้น เป้าหมายเราคืออยากจะเลื่อนชั้นขึ้นไป"

 

"เราต้องการกำลังใจจากแฟนบอลทุกๆ อำเภอ ฉะนั้นเราจึงมาปักหลักที่สนามกีฬากลาง จ.เลย หรือในชื่อสนาม เลยริเวอร์ไซด์ สนามเก่าเลย ซิตี้ ที่ตอบโจทย์ในเรื่องดังกล่าว"

 

"ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เราก็คิดหนักในเรื่องการย้ายสนาม แต่ด้วยปัจจัยในหลายด้าน เนื่องจากสนามเดิม สนามในจังหวัดเลยมีจำกัดมากๆ ขาดแคลนสนามที่เป็นมาตรฐาน และสนามเดิมมาตรฐานมีแนวโน้มไม่ผ่านคลับไลเซนชิ่งเนื่องจาก มาตรฐานของไทยลีก 3 และ2 สูงขึ้น เราพยายามพูดคุย และหาแนวทางอย่างถึงที่สุดแล้ว เพราะเราเข้าใจเสมอว่าเราเริ่มจากสนามแห่งนี้ แต่ด้วยเราต้องเติบโตขึ้น มาตรฐานต้องสูงขึ้นตามมา แฟนบอลที่รักทีมและติดตามทีมมาตลอดคงจะเข้าใจปัญหานี้"

 

"ประกอบกับทาง อบจ.เลย ที่เอื้อเฟื้อในการเข้ามาใช้สนาม รวมถึงในอนาคตก็จะมีการนำงบประมาณลงมาช่วยปรับปรุงในเรื่องไฟส่องสว่างด้วยทำให้เราตัดสินใจย้ายมาที่นี่ ก็ต้องขอบคุณทาง (ธนาวุฒิ ธิมสุวรรณ) นายก อบจ.เลย มา ณ ที่นี่ด้วย"

 

"ตอนนี้เรากำลังเร่งปรับปรุงทั้งในเรื่องพื้นสนาม ห้องต่างๆ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์คลับไลเซนซิ่ง คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร โดยเวลาแข่งขันในเบื้องต้นคงยึดเวลา 16.00 น. ไปก่อน"

 

ขอบคุณ สโมสรฟุตบอล เมืองเลย ยูไนเต็ด